สัปดาห์ที่ ๑๔ – หมาของผมรักดนตรีแจซ
ผู้แต่ง: Marina Moskvina
ผู้แปล: จิตอำไพ เมืองสนธิ์
ISBN: ๙๗๔-๙๐๙๔๒๘-๐
จำนวนหน้า: ๑๖๐
สำนักพิมพ์: มูลนิธิดำรงชัยธรรม (สำนักพิมพ์อิมเมจ)
พิมพ์ครั้งที่: ๑, มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
เห็นเขียนว่าเป็นวรรณกรรมจากประเทศรัสเซีย ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน IBBY Honor List (IBBY คือ International Board of Books for Young People) คือเป็นหนังสือที่มีคุณค่าเหมาะสำหรับเผยแพร่ในระดับนานาชาติ แต่เราอ่านแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
เห็นชื่อหนังสือนึกว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหมากับดนตรีแจซ แต่ปรากฏว่าเป็นแค่ชื่อของตอนแรก จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของเด็กชายชาวรัสเซียกับครอบครัวแปลกๆ ของเขามากกว่า
ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือบอกว่าเป็นเรื่องแฟนตาซีขำขันจากจินตนาการเหนือจินตนาการ แต่ปรากฏว่าเราคงไม่ค่อยมีจินตนาการและอารมณ์ขันสักเท่าไหร่ เพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจและไม่ขำ
ในคำนำของผู้แปล (ซึ่งบอกว่าใช้ชีวิตอยู่ในประเทศรัสเซียนานปี) บอกว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาในหนังสือ เป็นเริ่องราวชีวิตของคนรัสเซียที่พบเห็นอยู่ได้ทั่วไป พอเราไปนึกถึงตอนที่พ่อของเด็กชายอยู่ๆ ก็ไปตกหลุมรักหมอฟันสาว ย้ายข้าวย้ายของออกจากบ้าน ทิ้งลูกเมียไปอยู่กับหมอฟัน (ที่ตึกฝั่งตรงข้าม) แล้วอยู่ๆ ก็ตัดสินใจกลับมา เพราะนึกสงสารต้นไม้ที่เศร้าใจจนใบร่วงโกร๋นเพราะพ่อไม่อยู่บ้าน
เอ… คนรัสเซียที่เห็นอยู่ได้ทั่วไปเป็นอย่างนี้เหรอ? หรือว่าเขาเขียนเป็นเชิงสัญลักษณ์ที่เราตีความไม่ออก…
นอกจากเรื่องนี้แล้ว แทบทุกตอนก็เป็นเรื่องที่แปลกจนเราไม่เข้าใจซะทั้งนั้น ไม่รู้ว่าต้องเป็นคนรัสเซีย หรือคนที่รู้จักและเข้าใจวัฒนธรรมรัสเซียมากๆ หรือเปล่า ถึงจะเข้าใจ!?!?
จะว่าไปแล้วสิ่งที่เราชอบมากที่สุดในหนังสือเล่มนี้ กลายเป็นคำนำที่คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม (อากู๋แห่งแกรมมี่นั่นแหละ) เขียนเกี่ยวกับโครงการหนังสือของมูลนิธิดำรงชัยธรรม
คุณไพบูลย์บอกว่าลูกๆ ของเขาบ่นว่าทำไมจะต้องเรียนวิชาอะไรเยอะแยะมากมาย ถ้าหากว่าเขารู้แล้วว่าโตขึ้นอยากเป็น “นัก” อะไรสักอย่างแล้ว (เช่น เป็นนักเขียนเกมคอมพิวเตอร์ หรือนักวาดการ์ตูน ก็ไม่เห็นต้องเรียนคณิตศาสตร์)
คุณไพบูลย์บอกว่าที่เขาได้พบกับคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนในอาชีพใดก็ตาม ทุกคนไม่ได้รู้ลึกแต่ในเรื่องอาชีพของตัวเอง แต่มีความรู้กว้างขวางในเรื่องอื่นๆ ด้วย และการจะเป็นคนรู้กว้างขวางได้ ก็ได้จากการอ่านหนังสือ
คุณไพบูลย์บอกว่า เด็กๆ อาจจะรู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไม่น่าสนุก แต่ถ้าอ่านบ่อยๆ อ่านให้เป็นนิสัย ต่อไปก็จะง่าย และต่อไปก็จะน่าสนุกไปเอง เราว่าอันนี้เป็นเรื่องจริงอย่างยิ่ง
ถึงหนังสือเล่มนี้จะไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่สำหรับเรา แต่ก็ต้องยอมรับว่าโครงการหนังสือของมูลนิธิดำรงชัยธรรมเป็นเรื่องดีอย่างมากๆ น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง!!! (และมีหนังสือเล่มอื่นๆ ในโครงการนี้ที่อ่านสนุกและน่ารักมากๆ ด้วยนะ… เอาไว้จะเอามาเขียนเล่าละกัน)