ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

Archive for ตุลาคม, 2007

หนังสือเดินทางเล่มที่ ๓ – ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

Posted by bookstravel บน ตุลาคม 30, 2007

Le Scaphandre et le papillonตอนที่คุณวัลยา วิวัฒน์ศรแปลหนังสือ “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ” เป็นภาษาไทยใหม่ๆ เราได้อ่านบทความจากมติชนสุดสัปดาห์แล้วก็รู้สึกทึ่งมาก เวลาผ่านมาหลายปีหลายๆ คนก็คงพอจะเคยได้ยินเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้มาบ้างแล้ว แต่เราก็จะเล่าให้ฟังอยู่ดี 🙂

คนเขียนหนังสือเล่มนี้ชื่อฌ็อง-โดมินิก โบบี้ เคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารแอลล์ฉบับฝรั่งเศส เขาเป็นสโตรค (เส้นเลือดสมองแตก) สลบไป ๒๐ วัน พอฟื้นขึ้นมาก็เป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว เคลื่อนไหวศีรษะได้เล็กน้อยและกระพริบตาซ้ายได้ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่สมองของโบบี้แจ่มใสเหมือนคนปกติธรรมดา

อาการของโบบี้มีศัพท์ทางการแพทย์ว่า Lock-in Syndrome (LIS) คนไข้ LIS ไม่สามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้เพราะร่างกายเป็นอัมพาตทั้งหมด แต่ในระหว่างที่โบบี้ “ถูกขัง” อยู่ในร่างกายตัวเองเขาสามารถเขียนหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อด้วยดวงตาข้างซ้ายของเขา ส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับซ็องดรีน นักสัทวิทยาที่พยายามจะใช้รหัสติดต่อสื่อสารกับโบบี้

ซ็องดรีนจะท่องตัวอักษรไปเรื่อยๆ และโบบี้จะกระพริบเปลือกตาเมื่อถึงตัวอักษรที่ต้องการ เธอก็จะจดตัวอักษรตัวนั้นไว้ และเริ่มท่องตัวอักษรใหม่ จากตัวอักษรรวมเป็นคำ จากคำรวมเป็นประโยค จากประโยคกลายเป็นวิธีที่โบบี้สื่อสารกับคนอื่น และกลายเป็นหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

เวลาเราเขียนบล็อก เราจะพิมพ์ในเวิร์ดโพรเซสเซอร์ก่อน ซึ่งเราก็จะพิมพ์แล้วลบ-ลบแล้วพิมพ์ แก้ไขตรงโน้น-ย้ายประโยคตรงนี้ไปตรงนั้น กว่าจะได้บทความสักเรื่องหนึ่ง

แต่โบบี้เขียนชุดประดาน้ำฯด้วยเปลือกตา… เราอ่านเจอว่า การเขียนแต่ละคำใช้เวลาประมาณสองนาที หนังสือชุดประดาน้ำกับผีเสื้อต้องใช้การกระพริบตาถึงประมาณสองแสนครั้ง แต่ที่เราคิดว่ายากไปกว่าการกระพริบตาคือ โบบี้ต้องแต่งเรื่องราวทั้งหมดในสมอง แก้ไข ขัดเกลาทุกอย่างให้เสร็จสรรพในสมอง ท่องจำให้แม่นยำ แล้วค่อยๆ บอกให้คนเขียน “ตามการกระพริบตา”

โบบี้เขียนหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อเสร็จในเวลา ๒ เดือน (โบบี้ทำงานร่วมกับโกล๊ด มองดิบิล บรรณาการต้นฉบับอิสระจากสำนักพิมพ์โรแบรต์ ลัฟฟงต์ ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙)

ความที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้ไปเมื่อนานมาแล้ว พอจะเอามาเป็นหนังสือเดินทาง เราก็เลยย้อนกลับไปอ่านซ้ำอีกรอบ คราวนี้ได้มุมมองที่ลึกซึ้งขึ้นในแง่ของสภาพจิตใจและความคาดหวังของโบบี้ เพราะเราได้มีประสบการณ์โดยตรงจากคนใกล้ตัวที่เป็นอัมพาตจากสโตรค (แม่เราเพิ่งเป็นอัมพาตเมื่อปีที่แล้ว) เรารู้สึกนับถือการมองโลกในแง่ดีของโบบี้มากขึ้นไปอีก

หนังสือชุดประดาน้ำฯฉบับภาษาฝรั่งออกวางขายครั้งแรกวันที่ ๖ มีนาคม ๑๙๙๗ ได้รับคำวิจารณ์ดีเยี่ยม ขายได้ถึง ๑๕๐,๐๐๐ เล่มในสัปดาห์แรก โบบี้เสียชีวิตในอีก ๓ วันถัดมาเพราะหัวใจล้มเหลว หนังสือเล่มนี้ถูกแปลไปเป็นภาษาต่างๆ และเป็นหนังสือแนะนำในภาษาเหล่านั้น ล่าสุดเรื่องนี้ถูกเอาไปทำเป็นภาพยนตร์ ทำให้ผู้กำกับ Julian Schnabel ได้รับรางวัล Best Director จากงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี ๒๐๐๗ 

ถ้าคนเราไม่หมดความหวัง-ไม่สิ้นศรัทธา อะไรก็เป็นไปได้ ข้อความที่ส่งผ่านเปลือกตาซ้ายอย่างไร้เสียง ก็สามารถดังกระหึ่มให้คนทั่วโลกได้ยินไปอีกนาน

 

== แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ
หรือ อัพเดทเส้นทางการเดินทาง เขียนข้างล่างเลยค่ะ ==

Posted in หนังสือเดินทาง | Tagged: , , , , , , , , | Leave a Comment »

ร่างพระร่วง

Posted by bookstravel บน ตุลาคม 29, 2007

ร่างพระร่วง สัปดาห์ที่ ๒ – ร่างพระร่วง
จาก ‘บึงหญ้าป่าใหญ่’ แห่งสุโขทัยเมืองพระร่วง มาเป็น ‘นิยายร้อยปีท่านพุทธทาส’
ผู้เขียน: เทพศิริ สุขโสภา
ISBN: ๙๗๔-๓๒๓๖๔๖-๕
จำนวนหน้า: ๕๕๑
สำนักพิมพ์: สำนักพิมพ์มติชน
พิมพ์ครั้งที่: ๒, พฤษภาคม ๒๕๔๙

สัปดาห์นี้ต้องยอมรับว่าขี้โกงเล็กน้อย เพราะ “ร่างพระร่วง” นี่ซื้อมานานแล้ว และอ่านๆ หยุดๆ มาหลายเดือนแล้ว ตอนที่หยิบกลับมาอ่านใหม่หลังจากถอดรหัสอัจริยะ ก็อ่านต่อจากตรงที่อ่านค้างอยู่ คือประมาณครึ่งเล่ม 🙂 ที่หยิบกลับมาอ่านใหม่ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเรื่องมรณภาพของหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุด้วย แต่จะว่าไปก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องอะไรมาก นอกจากที่ในหนังสือบางตอนที่เขียนถึงหลวงพ่อปัญญา ความจริงหนังสือเล่มนี้ คุณเทพศิริ สุขโสภา ตั้งใจเขียนเพื่อบูชาคุณท่านพุทธทาส

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วต้องยอมรับสารภาพอยู่หลายๆ ข้อ เป็นต้นว่า เราไม่เคยอ่านเรื่อง “ทุ่งหญ้าป่าใหญ่” ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่โด่งดังมากของคุณเทพศิริ สุขโสภา (ว่าจะหามาอ่านเมื่อมีโอกาส) เรื่องร่างพระร่วงนี้ก็อ่านจบแบบไม่ค่อยเข้าใจลึกซึ้งเท่าไหร่ ก็เลยบอกไม่ได้ว่าเป็นหนังสือที่ชอบ (แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ) อ่านแล้วก็ได้เรียนรู้และเห็นภาพของแวดวงพระเครื่องในเมืองไทย ได้เห็นถึงความเชื่อด้านพุทธ และด้านไสยของชาวบ้าน

ในคำนำสำนักพิมพ์บอกว่า คุณเทพศิริใช้เวลาถึง ๒๐ ปีในการเตรียมการเขียนเรื่องนี้ ซึ่งเราก็คิดว่าคงไม่เกินเลยความเป็นจริง คุณเทพศิริบรรยายเรื่องราว ความคิด มุมมองต่างๆ ของตัวละครในเรื่องได้อย่างสมจริงสมจัง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ออกจะไกลตัวเรา และเป็นเรื่องที่คนไร้ศรัทธาอย่างเราไม่เคยสนใจ แต่การบรรยายของคุณเทพศิริก็ทำให้เราเห็นภาพ และเริ่มรู้สึกเชื่อว่ามีสิ่งต่างๆ มากมายในโลกนี้ที่เรามองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่มีอยู่จริง

คุณเทพศิริบอกว่าเลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปแบบนี้ บางคนอาจจะชอบ บางคนอาจจะไม่ชอบ เห็นเกริ่นๆ ว่าคิดจะเขียนถ่ายทอดเรื่องนี้ออกมาในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะตามร่างพระร่วงออกมา ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะตีพิมพ์ เราคิดว่าคงเป็นหนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

ความโง่ของเขาอาจช่วยให้เราเห็นบางอย่าง
จากโลภสู่เสียสละ จากมารสู่พระ
จากผู้ยิ่งใหญ่กลายเป็นคนเล็กๆ
สิ่งล้ำค่ากลับไร้ราคา จากการยึดมั่นสู่การปล่อยมือ
ความกลัวทำให้เห็นผิดเป็นถูก
สิ่งเหลวไหลกลายเป็นมีเหตุผล
สิ่งเลวร้ายทุกชนิดเกิดจากความไม่รู้
เราเองสร้างศัตรูยักษ์มารขึ้นม
นิยายช่วยให้แว่บเห็นความจริง
เรื่องเล่าคือข้าวเปลือก ให้เอาไปสีไปหุง
สุกหอมชวนกินถ้าก่อไฟเป็น

–จากปกหลัง

Posted in B-52 | Tagged: , , , , | Leave a Comment »

หนึ่งสัปดาห์หนึ่งเล่ม

Posted by bookstravel บน ตุลาคม 22, 2007

วันก่อนฟังวิทยุเขาบอกว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ ๒ เล่ม ในขณะที่เพื่อนบ้านเราอย่างสิงคโปร์หรือกระทั่งเวียดนามอ่านกันปีละ ๕๐-๖๐ เล่ม เขาก็บ่นๆ กันว่าทำไมไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือ พวกพรรคการเมืองเห็นหาเสียงเรื่องการศึกษา แต่การศึกษาจะพัฒนาได้ ต้องทำให้คนไทยอ่านหนังสือกันเยอะๆ ก่อน

เขาลองแย็ปๆ ในประเด็นนี้ให้ลองไปคิดว่าทำไมคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ หรือทำไมไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ คำถามแรกไม่ตรงกับเรา เพราะเราชอบอ่าน แต่คำถามหลังเราตอบว่า ที่ไม่ค่อยได้อ่านเพราะไม่มีเวลา ถามว่าเอาเวลาไปทำอะไร ก็เอาไปดูทีวี ท่องเน็ท ถามว่าจะอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นได้ไหม ก็น่าจะได้

เราเลยคิดว่าจะลองเริ่มต้นจากตัวเองดูก่อน ถ้าจะอ่านหนังสือให้ได้เท่าๆ กับคนสิงคโปร์-เวียดนาม ต้องอ่านหนังสืออย่างน้อยสัปดาห์ละเล่ม ลองตั้งใจดูซักตั้งนึง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพอดีซื้อหนังสือพ็อคเก็ตบุคมาใหม่ อ่านได้เพลินๆ ก็เลยว่าจะเอาเล่มนี้เป็นเล่มตั้งต้น เราอ่านจบไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์ที่ ๑ ทำได้ตามเป้าหมาย

รูปปกจากสำนักพิมพ์สารคดีสัปดาห์ที่ ๑ – ถอดรหัสอัจฉริยะ เลโอนาร์โด ดาวินชี
ผู้เขียน: สรณรัชฎ์ กาญจนวณิชย์ ดร. สุทัศน์ ยกส้าน ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
ISBN: ๙๗๔-๔๘๔๒๑๔-๘
จำนวนหน้า: ๒๕๘
สำนักพิมพ์: สำนักพิมพ์สารคดี
พิมพ์ครั้งที่: ๑, ปี พ.ศ. ๒๕๕๐

เป็นหนังสือรวบรวมบทความของนักเขียนหลายๆ คน (ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนวณิชย์ ดร. สุทัศน์ ยกส้าน ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ บุญรักษ์ กาญจนวณิชย์ สรนันท์ ตุลยานนท์ และ สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ) ที่เขียนเกี่ยวกับชีวิตและผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี

เราอ่านเพลินๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับดาวินชีที่ไม่เคยรู้มาก่อน (เช่น ดาวินชีเขียนรูปเสร็จแค่สิบกว่ารูป เพราะเป็นคนที่ทำงานละเอียดมากๆ และเบื่อง่าย) เรื่องแปลกๆ ของดาวินชี เช่น เขาจดบันทึกทุกอย่างกลับซ้ายเป็นขวาแบบกระจกเงา หรือ ชอบวาดให้คนในรูปชี้นิ้วจนเป็นเอกลักษณ์ ชีวิตรักของดาวินชี เรื่องต่างๆ พวกนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นการคาดเดาจากหลักฐานต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ จะจริงจะเท็จไม่มีใครรู้

ที่เราชอบเกี่ยวกับดาวินชีคือ เขาเป็นคนที่จิตใจดีมากๆ เขาเป็นมังสวิรัติและชอบไปซื้อสัตว์ต่างๆ ที่มีขายในตลาดเอาไปปล่อยบ่อยๆ เพราะคิดว่ามนุษย์ไม่ควรและไม่มีสิทธิ์ทำลายชีวิตของสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้เขาก็ยังเป็นคนที่เก่งรอบด้านจริงๆ ทั้งศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดนตรี กีฬา แถม(เขาว่ากันว่า)หน้าตาหล่อเหลาอีกตะหาก

เราออกจะแปลกใจกับภาษาเขียนที่ในหนังสือหน่อยๆ เพราะมีการใช้ศัพท์แสลงปะปนมาในบางบทความ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนที่เขียนบทความครั้งแรก เขาเอาไปลงตีพิมพ์ทางสื่อไหน อาจจะไม่ใช่สื่อที่เป็นวิชาการมาก ก็เลยไม่ได้ซีเรียสกับการใช้คำ หรือไม่เขาก็อาจจะไม่ได้คิดว่าจะให้เป็นหนังสือวิชาการซีเรียสๆ อยากให้อ่านสบายๆ แต่บังเอิญเราไม่ทันได้เตรียมตัวแบบนั้น เห็นเป็นหนังสือของสารคดี เห็นคนเขียนเป็นด็อกเตอร์หลายคน พอเจอศัพท์ประเภทจ๊าบๆ เข้าก็เหมือนจะผิดที่ผิดทาง แต่โดยรวมๆ เป็นหนังสือที่โอเค

Posted in B-52 | Tagged: , , | Leave a Comment »

หนังสือเดินทางเล่มที่ ๔ – เกมชีวิตพิชิต ๑,๐๐๐ ล้าน

Posted by bookstravel บน ตุลาคม 17, 2007

เราเขียนเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง เกมเศรษฐีไว้ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ไว้ว่าอย่างนี้

เมื่อวันก่อนเข้าร้านหนังสือ ว่าจะหาหนังสืออ่านเล่นๆ ฆ่าเวลา ไปเจอหนังสือชื่อ “เกมชีวิตพิชิต ๑,๐๐๐ ล้าน” ในคำนำเขียนบอกว่า ถ้าก่อนนอนคิดจะนอนเร็ว ก็อย่าเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะจะวางไม่ลง เราไม่ค่อยเชื่อคำโฆษณาหรอกนะ แต่หลังจากพลิกดูบทนำและอ่านเนื้อหาอีกนิดหน่อยแล้วก็ซื้อ

ปรากฏว่าเราอ่านระหว่างกินข้าวเย็น (ที่จริงเขาบอกว่า ไม่ควรอ่านหนังสือระหว่างกินข้าวนะ แต่เราก็ทำประจำ) กลับไปบ้าน อาบน้ำแล้วก็ก่อนนอนก็หยิบมาอ่านต่อ พอจบบทก็วางลง หลับปุ๋ยสบาย 🙂

แต่ที่จริงหนังสือก็สนุกนะ อ่านจบอย่างรวดเร็วจริงๆ สมกับที่เขาบอกว่าวางไม่ลง เราซื้อไปวันศุกร์เย็น พอสายๆ วันอาทิตย์ก็จบแล้ว

เกมชีวิต พิชิต ๑,๐๐๐ ล้านเกมชีวิตฯ เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มชาวอินเดียที่เป็นพนักงานเสิร์ฟเหล้าในบาร์แห่งหนึ่ง เขาสมัครไปเล่นเกมเศรษฐีเวอร์ชั่นอินเดีย แล้วตอบคำถามถูกจนครบได้เงินรางวัลแจ็คพ็อตหนึ่งพันล้านรูปี แต่เจ้าของรายการก็แจ้งตำรวจให้จับเด็กหนุ่มคนนี้ ข้อหาฉ้อโกง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เด็กที่ไม่ความรู้กระทั่งว่าสกุลเงินที่ใช้ในประเทศฝรั่งเศสคืออะไร (ถ้าคุณตอบว่า “ฟรังก์” คุณตอบผิด! คำตอบคือ “ยูโร”) หรือประธานาธิบดีของสหรัฐชื่ออะไร ฯลฯ แต่กลับตอบคำถามได้ครบ (จำไม่ค่อยได้ ไม่แน่ใจว่า ๑๒ หรือ ๑๓ ข้อ)

เจ้าของรายการบอกว่า การทำรายการที่ตั้งเงินรางวัลสูงขนาดนี้ บริษัทวางแผนว่าจะต้องทำรายการไปเรื่อยๆ ประมาณ ๘ เดือน ถึงจะ “ยอม” ให้มีผู้ชนะรางวัลแจ็คพ็อตได้ เพราะเมื่อถึงตอนนั้น บริษัทก็ได้เงินจากโฆษณาต่างๆ จนคุ้มทุน และมีเงินพอที่จะจ่ายรางวัลแล้ว แต่ไอ้เจ้าเด็กหนุ่มที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ใช้ชีวิตอยู่แต่ในสลัม กลับทำให้แผนที่วางไว้พังทลาย เจ้าของรายการก็เลยใช้เส้นสายตำรวจ เอาเด็กหนุ่มคนนี้เข้าคุก

เด็กหนุ่มโดนซ้อม โดนประทุษร้ายร่างกายสารพัด เพื่อให้สารภาพออกมาว่า ใช้กลโกงอะไรตอนที่ไปเล่นเกม สุดท้ายมีทนายสาวมาช่วยประกันตัวเด็กหนุ่มออกไป และบอกว่าเธอจะช่วยสู้คดีให้ ถ้าเขาเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง เด็กหนุ่มบอกว่า เขาไม่ได้โกง แล้วก็ไม่ได้เก่งกล้าสามารถอะไรเลย เพียงแต่ “โชคดี”

ทนายถามว่า “เธอโชคดีที่เดาคำตอบได้ทั้งหมดเหรอ” เด็กหนุ่มบอกว่า “ไม่ใช่ เขาโชคดีที่ ‘รู้’ คำตอบ ต่างหาก” คำถามต่างทั้งหมดที่ถามในรายการ บังเอิญเป็นเรื่องที่เขา ‘รู้’ ทั้งหมด

ทนายถามว่า แล้วเธอ ‘รู้’ คำตอบได้ยังไง เด็กหนุ่มบอกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนกับที่เราไม่รู้ว่า เราหายใจได้ยังไง แต่เราก็หายใจได้ ทนายบอกว่า งั้นฉันต้องรู้เรื่องราวชีวิตของเธอตั้งแต่เธอเกิดมาหรือไง ถึงจะได้รู้ว่าเธอรู้คำตอบได้อย่างไร สุดท้ายทนายก็ให้เด็กหนุ่มเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาที่เกี่ยวกับคำถามแต่ละข้อให้เธอฟัง

เรื่องราวในหนังสือก็เลยแบ่งเป็นตอนๆ ตามมูลค่าของคำถาม เช่น คำถามมูลค่า ๑,๐๐๐ รูปี, คำถามมูลค่า ๒,๐๐๐ รูปี, ไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงคำถามมูลค่า ๑,๐๐๐ ล้านรูปี

คนเขียนหนังสือเล่มนี้เคยเป็นนักการทูตชาวอินเดีย (วิคัส ซวารับ) เขียนหนังสือเรื่องนี้เป็นเล่มแรกก็ดังเลย เขาเดินเรื่องกระชับน่าติดตาม เปิดเผยตีแผ่ชีวิตของคน(จน)ในเมืองต่างๆ ของอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นเดลลี มุมไบ อักรา อ่านแล้วนึกภาพตามก็จะรู้สึกว่าชีวิตคนจนอินเดียนี่รันทดอดสูสุดๆ แต่นิยายเรื่องนี้โอเคนะ ไม่รันทดเท่าไหร่ ตัวเอกโชคดีกว่าคนจนอื่นๆ อีกเป็นล้านๆ คน คนแปลก็แปลได้ดี (บุณฑริกา ทับเกตุ) อ่านแล้วไม่รู้สึกติดขัด

เห็นเขาเขียนในหนังสือว่า มีคนซื้อเรื่องไปทำหนังแล้วด้วย ไม่รู้ว่าใครซื้อ ถ้าฮอลลีวู้ดซื้อไป คนไทยก็อาจจะได้ดู แต่ถ้า “บอลลีวู้ด” ซื้อไป ก็คงไม่มีใครซื้อมาฉายในไทย เพราะคนไทยคงไม่นิยมหนังแขกซักเท่าไหร่หรอกมั้ง 🙂

 

== แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เกมชีวิตพิชิต ๑,๐๐๐ ล้าน
หรือ อัพเดทเส้นทางการเดินทาง เขียนข้างล่างเลยค่ะ ==

Posted in หนังสือเดินทาง | Tagged: , , , , , , | 2 Comments »