ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

หนังสือเดินทางเล่มที่ ๔ – เกมชีวิตพิชิต ๑,๐๐๐ ล้าน

Posted by bookstravel บน ตุลาคม 17, 2007

เราเขียนเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง เกมเศรษฐีไว้ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ไว้ว่าอย่างนี้

เมื่อวันก่อนเข้าร้านหนังสือ ว่าจะหาหนังสืออ่านเล่นๆ ฆ่าเวลา ไปเจอหนังสือชื่อ “เกมชีวิตพิชิต ๑,๐๐๐ ล้าน” ในคำนำเขียนบอกว่า ถ้าก่อนนอนคิดจะนอนเร็ว ก็อย่าเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะจะวางไม่ลง เราไม่ค่อยเชื่อคำโฆษณาหรอกนะ แต่หลังจากพลิกดูบทนำและอ่านเนื้อหาอีกนิดหน่อยแล้วก็ซื้อ

ปรากฏว่าเราอ่านระหว่างกินข้าวเย็น (ที่จริงเขาบอกว่า ไม่ควรอ่านหนังสือระหว่างกินข้าวนะ แต่เราก็ทำประจำ) กลับไปบ้าน อาบน้ำแล้วก็ก่อนนอนก็หยิบมาอ่านต่อ พอจบบทก็วางลง หลับปุ๋ยสบาย 🙂

แต่ที่จริงหนังสือก็สนุกนะ อ่านจบอย่างรวดเร็วจริงๆ สมกับที่เขาบอกว่าวางไม่ลง เราซื้อไปวันศุกร์เย็น พอสายๆ วันอาทิตย์ก็จบแล้ว

เกมชีวิต พิชิต ๑,๐๐๐ ล้านเกมชีวิตฯ เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มชาวอินเดียที่เป็นพนักงานเสิร์ฟเหล้าในบาร์แห่งหนึ่ง เขาสมัครไปเล่นเกมเศรษฐีเวอร์ชั่นอินเดีย แล้วตอบคำถามถูกจนครบได้เงินรางวัลแจ็คพ็อตหนึ่งพันล้านรูปี แต่เจ้าของรายการก็แจ้งตำรวจให้จับเด็กหนุ่มคนนี้ ข้อหาฉ้อโกง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เด็กที่ไม่ความรู้กระทั่งว่าสกุลเงินที่ใช้ในประเทศฝรั่งเศสคืออะไร (ถ้าคุณตอบว่า “ฟรังก์” คุณตอบผิด! คำตอบคือ “ยูโร”) หรือประธานาธิบดีของสหรัฐชื่ออะไร ฯลฯ แต่กลับตอบคำถามได้ครบ (จำไม่ค่อยได้ ไม่แน่ใจว่า ๑๒ หรือ ๑๓ ข้อ)

เจ้าของรายการบอกว่า การทำรายการที่ตั้งเงินรางวัลสูงขนาดนี้ บริษัทวางแผนว่าจะต้องทำรายการไปเรื่อยๆ ประมาณ ๘ เดือน ถึงจะ “ยอม” ให้มีผู้ชนะรางวัลแจ็คพ็อตได้ เพราะเมื่อถึงตอนนั้น บริษัทก็ได้เงินจากโฆษณาต่างๆ จนคุ้มทุน และมีเงินพอที่จะจ่ายรางวัลแล้ว แต่ไอ้เจ้าเด็กหนุ่มที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ใช้ชีวิตอยู่แต่ในสลัม กลับทำให้แผนที่วางไว้พังทลาย เจ้าของรายการก็เลยใช้เส้นสายตำรวจ เอาเด็กหนุ่มคนนี้เข้าคุก

เด็กหนุ่มโดนซ้อม โดนประทุษร้ายร่างกายสารพัด เพื่อให้สารภาพออกมาว่า ใช้กลโกงอะไรตอนที่ไปเล่นเกม สุดท้ายมีทนายสาวมาช่วยประกันตัวเด็กหนุ่มออกไป และบอกว่าเธอจะช่วยสู้คดีให้ ถ้าเขาเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง เด็กหนุ่มบอกว่า เขาไม่ได้โกง แล้วก็ไม่ได้เก่งกล้าสามารถอะไรเลย เพียงแต่ “โชคดี”

ทนายถามว่า “เธอโชคดีที่เดาคำตอบได้ทั้งหมดเหรอ” เด็กหนุ่มบอกว่า “ไม่ใช่ เขาโชคดีที่ ‘รู้’ คำตอบ ต่างหาก” คำถามต่างทั้งหมดที่ถามในรายการ บังเอิญเป็นเรื่องที่เขา ‘รู้’ ทั้งหมด

ทนายถามว่า แล้วเธอ ‘รู้’ คำตอบได้ยังไง เด็กหนุ่มบอกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนกับที่เราไม่รู้ว่า เราหายใจได้ยังไง แต่เราก็หายใจได้ ทนายบอกว่า งั้นฉันต้องรู้เรื่องราวชีวิตของเธอตั้งแต่เธอเกิดมาหรือไง ถึงจะได้รู้ว่าเธอรู้คำตอบได้อย่างไร สุดท้ายทนายก็ให้เด็กหนุ่มเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาที่เกี่ยวกับคำถามแต่ละข้อให้เธอฟัง

เรื่องราวในหนังสือก็เลยแบ่งเป็นตอนๆ ตามมูลค่าของคำถาม เช่น คำถามมูลค่า ๑,๐๐๐ รูปี, คำถามมูลค่า ๒,๐๐๐ รูปี, ไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงคำถามมูลค่า ๑,๐๐๐ ล้านรูปี

คนเขียนหนังสือเล่มนี้เคยเป็นนักการทูตชาวอินเดีย (วิคัส ซวารับ) เขียนหนังสือเรื่องนี้เป็นเล่มแรกก็ดังเลย เขาเดินเรื่องกระชับน่าติดตาม เปิดเผยตีแผ่ชีวิตของคน(จน)ในเมืองต่างๆ ของอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นเดลลี มุมไบ อักรา อ่านแล้วนึกภาพตามก็จะรู้สึกว่าชีวิตคนจนอินเดียนี่รันทดอดสูสุดๆ แต่นิยายเรื่องนี้โอเคนะ ไม่รันทดเท่าไหร่ ตัวเอกโชคดีกว่าคนจนอื่นๆ อีกเป็นล้านๆ คน คนแปลก็แปลได้ดี (บุณฑริกา ทับเกตุ) อ่านแล้วไม่รู้สึกติดขัด

เห็นเขาเขียนในหนังสือว่า มีคนซื้อเรื่องไปทำหนังแล้วด้วย ไม่รู้ว่าใครซื้อ ถ้าฮอลลีวู้ดซื้อไป คนไทยก็อาจจะได้ดู แต่ถ้า “บอลลีวู้ด” ซื้อไป ก็คงไม่มีใครซื้อมาฉายในไทย เพราะคนไทยคงไม่นิยมหนังแขกซักเท่าไหร่หรอกมั้ง 🙂

 

== แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เกมชีวิตพิชิต ๑,๐๐๐ ล้าน
หรือ อัพเดทเส้นทางการเดินทาง เขียนข้างล่างเลยค่ะ ==

Advertisements

2 Responses to “หนังสือเดินทางเล่มที่ ๔ – เกมชีวิตพิชิต ๑,๐๐๐ ล้าน”

  1. ออสการ์ครั้งที่ ๘๑ เพิ่งประกาศไป หนังที่ได้รางวัล Best Picture และอื่น ๆ รวม ๘ รางวัลคือ Slumdog Millionaire ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังบอลลีวู้ดเรื่อง Who wants to be a millionaire? ซึ่งก็ดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง Q&A นี่เอง 🙂

  2. salapao said

    เราได้อ่านในบล็อกหลายๆบล็อกเนี่ยแหละว่าดี แล้วพอเปิดไปเจอที่หน้าไหนๆ ก้อบอกว่าดี (บังเอิญไม่ได้ตั้งใจหาน่ะนะ)search ไปเจอเรื่อยๆ เลยสนใจหาซื้อตั้งนานไม่ได้ซักที เลยเข้าในเน็ตแล้วเจอที่จุฬา เลยสั่งเลย สนุกดีนะ แต่เราว่าการดำเนินเรื่องยังสับสนอยู่อ่ะนิดหน่อยหรืออาจจะเป็นเพราะว่าชื่อตัวละครจำยากมั้ง เราได้หนังสือวันจันทร์ตอนเช้านะ แล้วพอตอนเย็นได้อ่านประมาณสองทุ่มจนถึงห้าทุ่มแล้วก้ออ่านตอนเช้าประมาณครึ่งชั่วโมงตอนนั่งรถไปทำงานกลับมาบ้านอ่านอีกตอนประมาณเวลาเดิมแล้วตอนเช้าอ่านอีกสรุปว่าอ่านจบประมาณเช้าวันพุธน่ะ(เราไม่แน่ใจว่าเร็วหรือป่าว) แต่สำหรับเราเร็วมากนะกับการที่ไม่ได้มีเวลาอ่านตลอด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: