ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

Archive for พฤศจิกายน, 2007

อัจริยะสร้างได้

Posted by bookstravel บน พฤศจิกายน 26, 2007

Genius Creatorสัปดาห์ที่ ๖ – อัจริยะสร้างได้
ผู้เขียน: วนิษา เรซ
ISBN: ๙๗๔-๘๐๐๑๖๑-๖
จำนวนหน้า: ๑๗๙
สำนักพิมพ์: red
พิมพ์ครั้งที่: ๑, มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ซื้อหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งได้ดูคุณหนูดีออกรายการจับเข่าคุย แต่เอาไปให้พี่สาวยืมอ่านก่อน เพิ่งได้คืนมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พอเริ่มอ่านแล้วก็อ่านรวดเดียวจบ เป็นหนังสือที่อ่านสนุกแล้วก็ได้สาระความรู้ด้วย

หลายๆ คนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ (หรือเคยฟังคุณหนูให้สัมภาษณ์) อาจจะรู้สึกข้องใจหรือสงสัยในตัวคุณหนูดี (เวอร์ไปหรือเปล่า โม้หรือเปล่า สร้างภาพหรือเปล่า) เราก็ยอมรับว่าสงสัยอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน เพราะเรารู้สึกว่า too good to be true เพอร์เฟ็คต์เกินไป คนอะไรทั้งสวยทั้งฉลาดทั้งแสนดี (ที่จริง สงสัย/ข้องใจ = อิจฉา/หมั่นไส้ แหะๆๆ)

เรามานึกดูคนสวยคนฉลาดแสนดีก็มีเยอะ แต่ที่คุณหนูดีไม่เหมือนคนอื่นๆ คือกล้าบอก กล้าพูด กล้าเล่าถึงความเก่งความสามารถของตัวเองได้อย่างฉาดฉาน (เรื่องไม่เก่งเขาก็เล่านะ แต่เขามีเรื่องไม่เก่งน้อยมากๆ เฮอะ… อิจฉาอีกแล้ว!) ซึ่งผิดธรรมชาติของคนไทย ที่ชอบให้คนถ่อมตัว

ถึงคนส่วนหนึ่งอาจจะข้องใจ หมั่นไส้ อิจฉา แต่ก็ต้องมีคนชอบ มีคนชื่นชม มีคนเชื่อมั่นคุณหนูดีอยู่ปริมาณหนึ่งแน่ๆ เพราะหนังสือเล่มนี้ขายดีติดอันดับท็อปเท็นของทั้งร้านหนังสือจริงและร้านออนไลน์หลายแห่ง เราว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้เราหันมามองตัวเองและคนรอบข้าง และให้เครดิตในความสามารถอันหลากหลายที่ก่อนหน้านี้อาจจะเคยมองข้ามไป

ตอนที่เราอ่านถึงอัจริยภาพด้านธรรมชาติ เราก็จะนึกไปถึงครูสอนดำน้าของเรา ซึ่งมักจะทำให้เราทึ่งเสมอๆ ที่พาพวกเราดำน้ำลดเลี้ยวทางโน้นทางนี้ และสามารถพากลับมาที่จุดเดิมได้โดยไม่เคยหลงทาง (ถึงแม้หลายๆ ครั้ง เรือจะย้ายไปที่อื่นแล้ว -เพราะเขาคาดว่าพวกเราน่าจะหลงทาง- ก็ตาม!) เราว่าครูเราต้องเป็นอัจริยะด้านธรรมชาติทางทะเลแน่ๆ 🙂

คุณหนูดีบอกว่า ความเป็นอัจฉริยภาพของมนุษย์ตั้ง ๘ ด้าน (เป็นอย่างน้อย) และ ในทางทฤษฏีเราทุกคนก็สามารถพัฒนาให้เป็นอัจริยะทุกๆ ด้านได้พร้อมๆ กัน!!!

คำว่า “อัจฉริยภาพ” อาจจะทำให้คนรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนธรรมดาๆ อย่างพวกเรา แต่สิ่งที่คุณหนูดีพยายามจะบอกก็คือ ในเมื่อการทำกิจกรรมต่างๆ (เช่น พูดคุยสื่อสาร วาดภาพ เล่นดนตรี เล่นกีฬา เข้าใจสภาพจิตใจของตัวเอง รู้จักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ฯลฯ) ก็ต้องใช้เซลล์สมองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการคิดโจทย์เลขยากๆ หรือการทำความเข้าใจทฤษฎีวิทยาศาสตร์

ถ้าเรายอมรับว่า ไอน์สไตน์เป็นอัจฉริยะ เราน่าจะก็ต้องยอมรับ คนที่เล่นดนตรีเก่งหรือเล่นกีฬาเก่ง ว่าเป็นอัจริยะด้วย…

พออธิบายแบบนี้ หลายคนก็อาจจะบอกว่า ใช่… คนเราก็มีความเก่งต่างๆ กันไป แต่จะเรียกคนเก่งๆ ว่าเป็นอัจฉริยะกันหมด มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ เอาเป็นว่าถ้าเปลี่ยนคำว่า “อัจฉริยะ” ไปเป็น “ความเก่ง” “ความสามารถพิเศษ” “ทักษะ” แล้วมันทำให้รู้สึกอึดอัดน้อยลงและยอมรับได้ไอเดียได้มากขึ้น จะเปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น “ทักษะสร้างได้” เราก็โอเคอ่ะนะ (คุณหนูดีจะโอด้วยหรือเปล่าเราไม่รู้นะ… ฮ่าๆ แต่ที่แน่ๆ เราว่าหนังสือคงขายไม่ดีเท่านี้ เพราะคำว่า อัจฉริยะ มัน “โดน” กว่า ใครๆ ก็อยากจะรู้ว่าจะสร้างอัจฉริยะได้จริงๆ หรือเปล่า)

หนังสือแนะนำวิธีสังเกตความเป็นอัจฉริยะ และแนะนำกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาความเป็นอัจฉริยะด้านต่างๆ ซึ่งถ้าอ่านแล้วคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เราคงทำแบบนั้นไม่ได้ คุณเหรียญ (คุณธนัตถ์ จันทวาท นักจิตวิทยาการเรียนรู้ของสมอง ที่เคยไปออกรายการอัจฉริยะข้ามคืน และคุณหนูดีสัมภาษณ์มาปิดท้ายหนังสือ) บอกว่า คนเดินดิน-กินข้าวแกง ก็ฉลาดเป็นอัจริยะได้ จุดเริ่มต้นอยู่ตรงที่เราต้องเปิดใจว่ามันเป็นไปได้สำหรับทุกคน ต้องเลิกพูดคำว่า “ทำไม่ได้” และเปลี่ยนเป็นคำว่า “จะพยายาม” แล้วก็ทำเลย เมื่อลงมือทำเลย อัจริยะก็สร้างได้แค่ปลายมือเอื้อม

เราคุยกับพี่สาวเราว่า มีหลายๆ ไอเดียในหนังสือเล่มนี้ที่เราคิดว่าน่าจะลองทำตามได้ แต่พี่สาวเราบอกว่า บางทีก็ต้องดูตัวเองด้วย บางไอเดียมันก็เวิร์คสำหรับคนบางคนเท่านั้น…

อย่างที่คุณหนูดีแนะนำให้ คุยกับคนแปลกหน้า เพื่อพัฒนาอัจฉริยภาพด้านมนุษย์สัมพันธ์และการเข้าใจผู้อื่น บอกว่าการทำแบบนั้นอาจทำให้เราได้เจอกับสิ่งดีๆ ที่เราไม่คาดคิดมาก่อน เช่น เราอาจจะได้เพื่อนสนิทคนใหม่ ได้ไอเดียใหม่ หรือโชคดีอื่นๆ แล้วคุณหนูดีก็ยกตัวอย่างว่าเคยได้เพื่อนสนิทจากการคุยกับคนแปลกหน้าที่นั่งเครื่องบินไปด้วยกัน

พี่สาวเราบอกว่า ถ้าหน้าตาสวยและพูดจาไพเราะยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างหนูดี ไปชวนใครเขาคุย เขาก็คงเต็มอกเต็มใจจะคุยด้วย แต่หน้ายักษ์ ปากร้าย อย่างเรา เที่ยวไปพูดกับคนแปลกหน้า นอกจากเขาไม่เต็มใจจะคุยด้วย เรายังอาจจะได้ความโชคร้ายกลับมามากกว่า!!!

Advertisements

Posted in B-52 | Tagged: , | Leave a Comment »

ผีเสื้อและดอกไม้

Posted by bookstravel บน พฤศจิกายน 20, 2007

img-z21080031-0001.jpgสัปดาห์ที่ ๕ – ผีเสื้อและดอกไม้
ผู้เขียน: นิพพานฯ
ISBN: ๙๗๔-๘๗๓๑๐๐-๖
จำนวนหน้า: ๒๒๔ หน้า
สำนักพิมพ์: กะรัต
พิมพ์ครั้งที่: ๕, กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘

‘นิพพานฯ’ เขียนเรื่องนี้ในปีพ.ศ. ๒๕๑๘
ได้รับรางวัลจากการประกวดหนังสือ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปีพ.ศ. ๒๕๒๑
ได้รับเลือกจากกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นหนังสืออ่านประกอบวิชาภาษาไทย
มูลนิธิโตโยต้า เลือกแปลและพิมพ์เป็นภาษาญี่ปุ่น จัดจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น พ.ศ. ๒๕๒๔
‘ผีเสื้อและดอกไม้’ สร้างเป็นภาพยนตร์ไทย โดย ยุทธนา มุกดาสนิท เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘
ปัจจุบัน นิพพานฯ เป็นที่ปรึกษาภาษาไทยของนิตยสาร JAPAN PICTORIAL แห่งญี่ปุ่น

— จากปกหลัง

Posted in B-52 | Tagged: , , | Leave a Comment »

สามก๊ก ฉบับการ์ตูน

Posted by bookstravel บน พฤศจิกายน 12, 2007

สามก๊กฉบับการ์ตูนสัปดาห์ที่ ๔ – สามก๊ก ฉบับการ์ตูน
ผู้เขียน: หลัวก้วนจง
ผู้แปล: โยธิน โยธินสัมพันธ์
ภาพประกอบ: หลินเหวินอี้
ISBN: ๙๗๔-๘๖๗๖๔๕-๕
จำนวนหน้า: ๓๓๐
สำนักพิมพ์: หยินหยาง
พิมพ์ครั้งที่: ๑, มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒

สามก๊กฉบับการ์ตูนเล่มนี้เป็นหนังสือเก่าที่เราไปเจอตอนรื้อชั้นหนังสือในห้องนอนเก่า (ทั้งเก่าทั้งโทรม 😛 ถ้าดูตามปีที่พิมพ์ก็ ๑๘ ปีมาแล้ว) ตอนแรกเราเอามาอ่านได้แค่หน้าแรกๆ แล้วก็หยุดไป อ่านๆ หยุดๆ อยู่หลายรอบมาก แต่ไม่ไปถึงไหนซะที ในที่สุดเราก็ได้อ่านจบจบ (ซะที) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง (ต้องยกความดีความชอบให้โครงการ “หนึ่งเล่มหนึ่งสัปดาห์” แฮะ ถ้าไม่คิดว่า “ต้อง” อ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่)

ตอนอ่านแรกๆ เราจำตัวละครไม่ค่อยได้ อ่านไปแล้วต้องคอยพลิกกลับมาดูข้างหน้าว่าตัวละครนี้ หน้าตาแบบนี้คือใคร เป็นฝ่ายไหน แต่พอหลังๆ ก็ค่อยยังชั่วขึ้น ภาพวาดเขาก็โอเคนะ แต่ความจำเราไม่ค่อยดีเองมากกว่า เออ… แต่เราไม่ค่อยชอบฉากที่ต่อสู้กันเท่าไหร่ เวลาฆ่ากัน โดนฟันหัวขาด แขนขากระเด็น ถึงเป็นภาพการ์ตูนเราก็รู้สึกว่าโหดเกินไปหน่อย (แต่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าไม่แสดงภาพแบบนี้ จะวาดยังไงดี)

เราไม่ค่อยประทับใจเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เพราะเขาเล่าแบบรวบๆ เอาแต่ใจความสำคัญ ถ้าคนที่จะอ่านให้รู้ว่าเรื่องราวเป็นมายังไง ใครอยู่ก๊กไหน ใครบกับใคร ใครโดนใครฆ่า ก็น่าจะโอเค แต่ถ้าจะอ่านเพื่อศึกษากลยุทธ์หรือวิเคราะห์วิจารณ์นิสัยใจคอ เราว่าอ่านจากสามก๊กฉบับการ์ตูนเล่มนี้คงไม่ได้อะไรมาก (เราเพิ่งไปกูเกิ้ล “สามก๊กฉบับการ์ตูน” เพราะจะหารูปหน้าปกมาแปะ ไม่เจอฉบับที่เราเพิ่งอ่านไป เจอแต่ฉบับของบริษัทสกายบุ๊กส์จำกัด คิดว่าน่าจะเป็นเล่มเดียวกับที่เพื่อนเราอ่านแล้วบอกว่า สนุกดี)

เราเคยอ่านสามก๊กฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) เฉพาะตอนที่ตัดมาเป็นบทเรียนในวิชาภาษาไทย (รู้สึกจะเป็นตอน “จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า”) จำไม่ได้แล้วว่าเป็นยังไง รู้แต่ว่าเวลาที่ต้องอ่านเรื่องที่เป็นวิชาเรียน ความน่าสนุกมันก็ลดลงไปเยอะ เราได้อ่านสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบที่เอามารวมเล่มเป็นแต่ละตัวละคร (เช่น เล่าปี่ โจโฉ ขงเบ้ง) อ่านไปได้ประมาณสองสามเล่มเมื่อหลายปีมาแล้ว อันนั้นเราว่าสนุกดี มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เราคงต้องไปรื้อกลับมาอ่านให้ครบทุกเล่มซะแล้ว

สามก๊ก ฉบับการ์ตูนพงศาวดารจีนเล่มนี้ กำเนิดขึ้นจากความพยายามสูงสุดของผู้เขียนการ์ตูนเล่มนี้ ที่ต้องการนำพงศาวดาร “สามก๊ก” ที่ทั้งยาวและซับซ้อนมาทำให้อ่านเข้าใจง่ายและสนุก ตัวเอกของเรื่องคนไทยล้วนรู้จักดี เช่น เล่าปี เตียวหุย ตั๋งโต๊ะ โจโฉ ขงเบ้ง ฯลฯ และขมวดเรื่องจบเมื่อคนเหล่านั้นเสียชีวิตลง นับเป็นสามก๊ก ฉบับที่ให้อรรถรสด้วยเรื่องและภาพอย่างจุใจ

— จากปกหลัง

Posted in B-52 | Tagged: , , , , , , | 2 Comments »

ความฝันโง่ๆ

Posted by bookstravel บน พฤศจิกายน 5, 2007

ความฝันโง่ๆสัปดาห์ที่ ๓ – ความฝันโง่ๆ
ผู้เขียน: วินทร์ เลียววารินทร์
ISBN: ๙๗๔-๙๔๖๒๔๓-๒
จำนวนหน้า: ๒๓๙
สำนักพิมพ์: ๑๑๓ จำกัด
พิมพ์ครั้งที่: ๑, พ.ศ. ๒๕๔๙

ความฝันโง่ๆ เป็นหนังสือรวมบทความของวินทร์ เลียววารินทร์ บทความส่วนหนึ่งเคยเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.winbookclub.com และคอลัมน์ Final Say ในนิตยสารเปรียว เป็นหนังสือเล่มที่ ๒ ในชุดกำลังใจ

เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ ไม่เหมาะจะเอามาอ่านแบบรวดเดียวจบ คิดว่าการเผยแพร่ครั้งแรก (ไม่ว่าจะผ่านเว็บไซต์หรือในคอลัมน์ของเปรียว) น่าจะให้อิมแพ็คท์ที่ดีกว่า เพราะเนื้อหาในแต่ละบทความค่อนข้างสั้น อ่านแล้วน่าจะได้ใช้เวลาในการคิดให้เนื้อหาตกตะกอนสักพักหนึ่ง ใช้เวลาซึมซาบไอเดีย

พอเราอ่านรวดเดียวจบ เลยออกจะเป็นการ overload กำลังใจจนเฝือไปสักหน่อย เหมาะเป็นหนังสือที่น่าจะหยิบขึ้นมาอ่านในเวลาที่กำลังท้อแท้หรือมองหาแรงบันดาลใจ อ่านแล้วค่อยๆ คิดก็น่าจะได้กำลังใจเพิ่ม อ่านสักเรื่องสองเรื่อง แล้วก็พักเก็บไว้ ว่างๆ ก็หยิบออกมาอ่านอีกสักเรื่องสองเรื่องน่าจะดีกว่า

เรื่องราวของคนต่างๆ ที่พยายามทำ “ความฝันโง่ๆ” ของตัวเองให้เป็นความจริงในหนังสือเล่มนี้ ทำให้เรามองเห็นได้ว่า มนุษย์มีศักยภาพที่จะทำอะไรได้มากมาย ถึงแม้จะมีอุปสรรคยิ่งใหญ่หรือมากมายเท่าไร แต่สุดท้ายแล้วอุปสรรคแรกที่มนุษย์ต้องเอาชนะให้ได้ก่อน คือ จิตใจตัวเอง

ถ้าเรามีจิตใจที่จะไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นที่จะทำตามความฝัน ไม่ว่าจะไปถึงปลายทางของความฝันหรือไม่ก็ตาม เราว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

เราอ่านหนังสือเล่มนี้ ในสัปดาห์เดียวกับที่รายการเจาะใจออกอากาศเรื่องของสองสามีภรรยา คุณเจริญและอรวรรณ โอทอง (คุณหมูกับคุณวรรณ) ที่ใช้เวลาเกือบ ๖ ปีขี่จักรยานรอบโลก ได้ฟังเขาเล่าเรื่องการเดินทางของเขาด้วยความทึ่งและชื่นชม เฉพาะที่พวกเขาบอกเล่าในรายการเพียงบางส่วนก็มีเรื่องตื่นเต้น น่าประทับใจมากมาย

คุณวรรณเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ขี่จักรยานรอบโลกได้สำเร็จ หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าจะขี่ไปทำไม พิธีกรก็คำถามนี้ไว้เหมือนกันว่า ทำไมถึงตัดสินใจไปขี่จักรยานรอบโลก และคิดว่าอยากจะบอกอะไรกับคนดู

เธอบอกว่า เธอทำไปเพราะมันเป็นความฝันของเธอ และเธอคิดว่าเธอน่าจะทำได้ เมื่อเธอทำได้สำเร็จแล้ว ก็อยากจะบอกคนอื่นๆ ที่มีความฝันว่า ให้กล้าลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม อย่ายอมให้คนอื่น บอกว่า สิ่งที่เราฝันมันเป็นไปไม่ได้… 

วันหนึ่งในปีค.ศ. ๑๙๒๔ จอร์จ มัลเลอรี และเพื่อนมุ่งหน้าสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์กับความฝันโง่ๆ ของพวกเขา ไม่มีใครเห็นพวกเขาอีกเลย หลายคนมองการกระทำของพวกเขาเป็นความโง่ สมน้ำหน้าเมื่อพวกเขาตายไป พิพากษาเขาเหล่านั้นด้วยประโยคที่ขึ้นต้นว่า “อยู่ดีๆ ไม่ว่าดี…”

โลกเราเต็มไปด้วยความฝันโง่ๆ… แอริค วีเลนไมเยอร์ เป็นคนตาบอด เขาฝันที่จะปีนขึ้นสู่เจ็ดยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก คริส มูน ขาขาดจากกับระเบิด เขาฝันที่จะวิ่งมาราธอน สตีเฟน ฮอว์คิง เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ เขาฝันสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกกาแล็คซีหนึ่ง ฌอง-โดมินิค โบบี เป็นอัมพาตเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ เขาฝันที่จะเขียนหนังสือ

ฯลฯ

เหล่านี้เป็นความฝันโง่ๆ ไม่ใช่โง่ธรรมดา แต่โง่มากๆ ทว่าคนโง่เหล่านี้ปฏิเสธที่จะคิดอย่างคนทั่วไปว่า มันเป็นไปไม่ได้ พวกเขาเชื่อว่า ต่อให้เป็นความฝันโง่ๆ เพียงใด ก็เป็นความฝันที่ต้องลองทำ และราคาของความฝันโง่ๆ นั้นคุ้มค่าเสมอ แม้ว่าต้องจ่ายด้วยความตาย เพราะมนุษย์ตายได้ แต่พ่ายแพ้ไม่ได้

–จากปกหลัง

Posted in B-52 | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »