ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

Archive for มกราคม, 2008

หมาของผมรักดนตรีแจซ

Posted by bookstravel บน มกราคม 22, 2008

my-dog-loves-jazz.gifสัปดาห์ที่ ๑๔ – หมาของผมรักดนตรีแจซ
ผู้แต่ง: Marina Moskvina
ผู้แปล: จิตอำไพ เมืองสนธิ์
ISBN: ๙๗๔-๙๐๙๔๒๘-๐
จำนวนหน้า: ๑๖๐
สำนักพิมพ์: มูลนิธิดำรงชัยธรรม (สำนักพิมพ์อิมเมจ)
พิมพ์ครั้งที่: ๑, มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

เห็นเขียนว่าเป็นวรรณกรรมจากประเทศรัสเซีย ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน IBBY Honor List (IBBY คือ International Board of Books for Young People) คือเป็นหนังสือที่มีคุณค่าเหมาะสำหรับเผยแพร่ในระดับนานาชาติ แต่เราอ่านแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

เห็นชื่อหนังสือนึกว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหมากับดนตรีแจซ แต่ปรากฏว่าเป็นแค่ชื่อของตอนแรก จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของเด็กชายชาวรัสเซียกับครอบครัวแปลกๆ ของเขามากกว่า

ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือบอกว่าเป็นเรื่องแฟนตาซีขำขันจากจินตนาการเหนือจินตนาการ แต่ปรากฏว่าเราคงไม่ค่อยมีจินตนาการและอารมณ์ขันสักเท่าไหร่ เพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจและไม่ขำ

ในคำนำของผู้แปล (ซึ่งบอกว่าใช้ชีวิตอยู่ในประเทศรัสเซียนานปี) บอกว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาในหนังสือ เป็นเริ่องราวชีวิตของคนรัสเซียที่พบเห็นอยู่ได้ทั่วไป พอเราไปนึกถึงตอนที่พ่อของเด็กชายอยู่ๆ ก็ไปตกหลุมรักหมอฟันสาว ย้ายข้าวย้ายของออกจากบ้าน ทิ้งลูกเมียไปอยู่กับหมอฟัน (ที่ตึกฝั่งตรงข้าม) แล้วอยู่ๆ ก็ตัดสินใจกลับมา เพราะนึกสงสารต้นไม้ที่เศร้าใจจนใบร่วงโกร๋นเพราะพ่อไม่อยู่บ้าน

เอ… คนรัสเซียที่เห็นอยู่ได้ทั่วไปเป็นอย่างนี้เหรอ? หรือว่าเขาเขียนเป็นเชิงสัญลักษณ์ที่เราตีความไม่ออก…

นอกจากเรื่องนี้แล้ว แทบทุกตอนก็เป็นเรื่องที่แปลกจนเราไม่เข้าใจซะทั้งนั้น ไม่รู้ว่าต้องเป็นคนรัสเซีย หรือคนที่รู้จักและเข้าใจวัฒนธรรมรัสเซียมากๆ หรือเปล่า ถึงจะเข้าใจ!?!?

จะว่าไปแล้วสิ่งที่เราชอบมากที่สุดในหนังสือเล่มนี้ กลายเป็นคำนำที่คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม (อากู๋แห่งแกรมมี่นั่นแหละ) เขียนเกี่ยวกับโครงการหนังสือของมูลนิธิดำรงชัยธรรม

คุณไพบูลย์บอกว่าลูกๆ ของเขาบ่นว่าทำไมจะต้องเรียนวิชาอะไรเยอะแยะมากมาย  ถ้าหากว่าเขารู้แล้วว่าโตขึ้นอยากเป็น “นัก” อะไรสักอย่างแล้ว (เช่น เป็นนักเขียนเกมคอมพิวเตอร์ หรือนักวาดการ์ตูน ก็ไม่เห็นต้องเรียนคณิตศาสตร์)

คุณไพบูลย์บอกว่าที่เขาได้พบกับคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนในอาชีพใดก็ตาม ทุกคนไม่ได้รู้ลึกแต่ในเรื่องอาชีพของตัวเอง แต่มีความรู้กว้างขวางในเรื่องอื่นๆ ด้วย และการจะเป็นคนรู้กว้างขวางได้ ก็ได้จากการอ่านหนังสือ

คุณไพบูลย์บอกว่า เด็กๆ อาจจะรู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไม่น่าสนุก แต่ถ้าอ่านบ่อยๆ อ่านให้เป็นนิสัย ต่อไปก็จะง่าย และต่อไปก็จะน่าสนุกไปเอง เราว่าอันนี้เป็นเรื่องจริงอย่างยิ่ง

ถึงหนังสือเล่มนี้จะไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่สำหรับเรา แต่ก็ต้องยอมรับว่าโครงการหนังสือของมูลนิธิดำรงชัยธรรมเป็นเรื่องดีอย่างมากๆ น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง!!! (และมีหนังสือเล่มอื่นๆ ในโครงการนี้ที่อ่านสนุกและน่ารักมากๆ ด้วยนะ… เอาไว้จะเอามาเขียนเล่าละกัน)

Posted in B-52 | Tagged: , , | 1 Comment »

เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์

Posted by bookstravel บน มกราคม 8, 2008

เจ้านายเล็กๆสัปดาห์ที่ ๑๒ – เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์ (ปกอ่อน)
พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อทรงพระเยาว์ ๒๔๖๘-๒๔๘๙
ผู้เขียน: สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ISBN: ๙๗๔-๗๐๔๗๕๕-๑
จำนวนหน้า: ๔๕๐
สำนักพิมพ์: ซิลค์เวอร์ม บุคส์
พิมพ์ครั้งที่: ๖, กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
(ภาพปก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช มีนาคม ๒๔๗๗
พิมพ์ครั้งแรก ปี ๒๕๓๐ ในโอกาสที่ในหลวงทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา)

ช่วงตั้งแต่ต้นปีประเทศเราก็มีข่าวเศร้าเรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระพี่นางฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้พวกเราได้ทราบพระราชกรณีกิจมากมายของพระองค์ บางอย่างเราไม่เคยได้รับรู้มาก่อน เช่น การที่พระองค์ทรงอุปถัมภ์และให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนเพื่อไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ การที่ทรงเป็นพระอาจารย์ภาษาฝรั่งเศส ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของมูลนิธิต่างๆ มากมาย และเกี่ยวกับผลงานพระราชนิพนธ์ที่ทรงคุณค่ามากมาย

เวลาที่มีการเขียนถึงพระราชกรณียกิจ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่รำลึกถึงสมเด็จพระพี่นางฯ หนังสือพิมพ์มักจะยกข้อความบางตอนของหนังสือในพระราชนิพนธ์มาให้ได้อ่านอยู่เป็นเนืองๆ โดยเฉพาะจากหนังสือ “เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์” เราได้อ่านแล้วก็รู้สึกอยากจะอ่านหนังสือฉบับเต็มขึ้นมาเต็มที่

ทีแรกก็ไปเสิร์ชหาทางอินเทอร์เน็ต เจอที่ซีเอ็ดกับศูนย์หนังสือจุฬาฯ ก็เกือบจะสั่งซื้อไปแล้วถ้าไม่ติดว่าต้องรอส่งทางไปรษณีย์หลายวัน (ไม่ทันใจวัยรุ่น) ก็เลยไปลองเดินหาที่ร้านหนังสือในห้าง โชคดีมากไปเจอวางขายที่ร้าน The book club หนำซ้ำที่ร้านมีโปรโมชั่น ลดราคา ๑๐% ทั้งร้านด้วย เลยได้ซื้อลดราคาแถมได้หนังสือมาอ่านทันที 🙂

(ตอนไปซื้อหนังสือเราปล่อยไก่ไปเล็กน้อย… ทั้งๆ ที่จำชื่อหนังสือได้ดี แต่เผลอไปถามพนักงานขายว่ามีหนังสือ “เจ้าชายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์” ไหม แต่ถึงพูดชื่อผิด เขาก็เข้าใจเพราะมีคนมาถามหาบ่อยมาก เขาตอบเราทันทีว่าวางอยู่หน้าร้านโน่นแหละ :P)

เรื่องราวตลอดเล่มทำให้เราซาบซึ้งและประทับใจมากว่า สมเด็จย่าทรงเลี้ยงดูเจ้านายเล็กๆ เป็นอย่างดี ทรงดูแลเรื่องพระสุขภาพพลานามัย เรื่องการศึกษา ฯลฯ ทรงพยายามให้เป็นเหมือนเด็กธรรมดา แต่ต้องมีระเบียบวินัย มีความคิด มีความประหยัด มีความรับผิดชอบ สมเด็จย่าทรงทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด คนที่เป็นพ่อเป็นแม่น่าจะได้นำมาเป็นแบบอย่างในการเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี

เราอ่านแล้วเข้าใจว่าทั้งสมเด็จพระพี่นางฯ ในหลวงรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ น่าจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษได้คล่องแคล่วระดับเดียวกับเจ้าของภาษา (เราคิดว่าสมัยยังทรงพระเยาว์น่าจะใช้ภาษาฝรั่งเศสได้คล่องแคล่วกว่าภาษาไทยด้วยซ้ำ นี่สังเกตเอาจากจดหมายที่ทรงเขียนถึงกันเองเป็นการส่วนพระองค์) แต่ในหลวงและสมเด็จพระพี่นางท่านก็ไม่ทรงใช้ภาษาฝรั่งอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนคนบางคนที่พยายามจะโอ้อวดว่าตัวเองรู้ภาษาฝรั่ง พูดไทยคำฝรั่งคำทั้งที่ไม่จำเป็น (แถมบางครั้งพูดผิดๆ ถูกๆ อีกต่างหาก)

เราสังเกตว่ากระทั่งเวลาที่ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสกับชาวต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ท่านก็ยังทรงใช้ภาษาไทยตลอด ซึ่งเราเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นเหตุผลในทำนองเดียวกับที่เคยได้ยินว่า ท่านทรงตั้งพระทัยไว้ว่าจะไม่เสด็จออกนอกพระราชอาณาจักรในระหว่างที่ประชาชนชาวไทยยังเดือดร้อนลำบากอยู่

ในหนังสือมีเรื่องสนุกๆ ที่เรารู้สึกว่าน่ารักดีอยู่มากมาย แต่ที่เราชอบเป็นพิเศษคือเรื่อง “สโมสรปาตาปุม” ซึ่งเป็นสโมสรที่ในหลวงรัชกาลที่ ๘ และพระอนุชาทรงตั้งขึ้นคล้ายๆ กับสโมสรของเด็กๆ ในการ์ตูน สโมสรนี้มีกรรมการและสมาชิกมากมาย แต่เป็นแค่สมาชิกในนาม สมาชิกที่มีตัวตนจริงๆ มีแค่ ๒ พระองค์ สลับกันรับตำแหน่งต่างๆ

เช่น ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ทรงเป็นประธาน พระอนุชาทรงเป็นรองประธาน พระอนุชาทรงเป็นเหรัญญิก และในหลวงรัชกาลที่ ๘ ทรงเป็นผู้ช่วยเหรัญญิก มีสมาชิกอื่นๆ มีชื่อแปลกๆ ที่ใช้กันเองระหว่างสองพระองค์ เช่น พระอนุชามีชื่อราอูล์ กงตรอง และเลอ กงเมลช์ สโมสรปาตาปุมมีการเก็บเงินค่าสมาชิกเอาไว้ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งเรื่องสนุกสนานและการทำบุญ ค่าสมาชิกก็คือค่าขนมของทั้งสองพระองค์นั่นเอง

เรารู้สึกว่าสมัยยังทรงพระเยาว์ รัชกาลที่ ๙ ดูจะทรงขี้รำคาญ เช่น ตอนที่ทรงวาดรูปหลายๆ รูป เพราะมีคนเอาอุปกรณ์วาดรูปมาถวายสมเด็จย่าฯ และเซ้าซี้ให้วาดรูป พระอนุชา (ในขณะนั้น) รำคาญก็เลยเอาอุปกรณ์มาวาดเสียเอง ดูจะทรงฉลาดแบบเจ้าเล่ห์ด้วย (เช่น ทรงหาเงินเข้าสโมสรปาตาปุม โดยไปทูลสมเด็จพระพันวัสสาว่าอยากเห็นธนบัตรของไทย พอประทานธนบัตร ๑๐ บาท ก็ทูลถามว่า ๒๐ บาทมีไหม และต่อไปเรื่อยๆ แทนที่จะขอประทานโดยตรง) ส่วนรัชกาลที่ ๘ จะทรงสุขุมและเป็นผู้ใหญ่กว่า

สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ทรงเล่าเรื่องได้ดีมากๆ อ่านเข้าใจง่าย ทั้งสนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกัน มีรูปให้ดูเยอะมาก (ขนาดเราซื้อเล่มปกอ่อนที่มีรูปน้อยลงแล้ว ถ้าเป็นปกแข็งจะมีรูปมากขึ้นอีก ๒ เท่า) เป็นรูปที่ทรงคุณค่าอย่างมาก กลอนบทสุดท้ายที่ทรงเลือกมาปิดท้ายหนังสือก็สรุปจบได้ดีมากๆ และเศร้ามากๆ ด้วย น่าเสียดายที่จบไว้แค่ก่อนในหลวงรัชกาลที่ ๙ ขึ้นครองราชย์ อยากให้มีเล่ม ๒ เป็นตอนต่อจากนี้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

ปล. ตอนที่อ่านหนังสือเรื่องพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘ จบ เราก็ยังค้างคาใจเกี่ยวกับกรณีสวรรคตอยู่ เลยลองๆ ไปหาในอินเทอร์เน็ต แล้วก็เลยได้อ่านในวิกิพีเดียภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ก็ทำให้ได้มุมมองและข้อสังเกตที่ไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับกรณีสวรรคต ซึ่งขอไม่พูดไว้ในที่นี้ คนที่สนใจคงไม่เกินความสามารถที่จะไปหาอ่านเองนะ 🙂

Posted in B-52 | Tagged: , | Leave a Comment »

สายใจ

Posted by bookstravel บน มกราคม 2, 2008

sai-jai_small.jpgสัปดาห์ที่ ๑๑ – สายใจ
ผู้เขียน: ลักษณวดี (วิมล ศิริไพบูลย์)
ISBN: ๙๗๔-๗๒๓๐๖๖-๖
จำนวนหน้า: ๗๙๒ (๒ เล่ม)
สำนักพิมพ์: ณ บ้านวรรณกรรม
พิมพ์ครั้งที่: ??, ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

ตอนนี้ช่องเจ็ดกำลังฉายละครที่ทำจากนิยายของ “ทมยันตี” อยู่ (ที่จริงคือ “ลักษณวดี” แต่เราก็ยังถนัดที่จะเรียกว่า “ทมยันตี” มากกว่า) คือเรื่อง “ดั่งดวงหฤทัย”

เราดูละครแล้วรู้สึกว่าไม่อลังการและไม่สนุกประทับใจเท่ากับอ่านหนังสือ (เดาเอาอ่ะนะ เราจำไม่ได้ว่าเคยอ่านเรื่อง “ดั่งดวงหฤทัย” หรือเปล่า แต่เคยอ่านเรื่อง “ในฝัน” ซึ่งเราคิดว่าเป็นแนวๆ เดียวกัน คือเป็นเรื่องเจ้าหญิงเจ้าชายในแคว้นต่างๆ อ่านแล้วซาบซึ้งประทับใจกว่าที่เป็นละครเยอะเลย) ก็เลยนึกครึ้มอยากอ่าน “นิยายน้ำเน่า” ขึ้นมา พอดีไปเจอ “สายใจ” ก็เลยเอามาอ่าน

เรื่องนี้ค่อนข้างจะแปลกจากนิยายในนามปากกา “ลักษณวดี” อยู่ซักหน่อย เพราะเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เจ้าชายเจ้าหญิงอย่างเล่มอื่นๆ เป็นเรื่องของสองสาวพี่น้องที่พ่อแม่เป็นเจ้าคุณกับคุณหญิง ซึ่งในอดีตเคยรวยแต่ปัจจุบันเหลือแต่เปลือก เพราะติดการพนันทั้งคู่ ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เอาบ้านก็เอาไปจำนอง เจ้าคุณกับคุณหญิงก็เลยพยายามจะหาลูกเขยรวยๆ เพื่อจะได้มาช่วยปลดหนี้

ในขณะที่พ่อแม่พยายามแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ลูกสาวสองคนกลับหยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่ยอมแต่งงานเพราะเงิน แล้วก็มีพระเอกสองคนเป็นเพื่อนกัน คนหนึ่งเป็นพ่อเลี้ยงทำป่าไม้ อีกคนหนึ่งเป็นนายหัวทางใต้เจ้าของเหมืองแร่ ก็มีเรื่องพ่อแง่แม่งอน ตอนแรกไม่ชอบหน้ากัน แต่ตอนหลังก็รักกันแล้วก็จบแบบแฮ้ปปี้เอ็นดิ้งตามประสานิยายประโลมโลก ใครที่ชอบทมยันตีก็น่าจะชอบเรื่องนี้

เราอ่านแล้วก็นึกว่าความจริงละครน้ำเน่า (หรือนิยายน้ำเน่า) ไม่เห็นจำเป็นต้องมีตัวอิจฉาที่ต้องร้ายๆๆ ด่านางเอกแว้ดๆๆ และทำทุกวิถีทางที่จะแย่งพระเอกจากนางเอกก็ได้ เรื่องสายใจนี่ไม่มีตัวร้ายแบบนั้น อุปสรรคของพระเอกกับนางเอกคือสถานการณ์ต่างๆ (พ่อแม่กีดกัน ความเข้าใจผิดกันเอง หรือความมีทิฐิไม่ยอมรับความจริง ฯลฯ)

นางเอกมี “คู่แข่ง” อยู่เหมือนกัน แต่ก็เป็นคนธรรมดาๆ ที่ชอบพระเอกและหวังจะได้แต่งงานกับพระเอก แต่เมื่อพระเอกชอบนางเอกมากว่า เธอก็ยอมรับความจริง (เหมือนที่คนปกติธรรมดาในชีวิตจริงควรจะทำ)

แต่เราก็ให้นึกสงสัยว่าถ้ามีผู้จัดละครเจ้าไหนเกิดนึกจะซื้อนิยายเรื่องนี้มาทำเป็นละครฉายทางทีวีตอนนี้ ก็คงไม่พ้นต้องโดน “ปู้ยี่ปู้ยำ” แก้ไขเนื้อเรื่อง เพิ่มตัวละครให้มีสีสันตามความนิยมของคนดู คือ จะต้องมีนางอิจฉาที่พูดด้วยการแผดเสียงสูงปรี๊ดตลอดเวลา และต้องใส่ชุดชะเวิกชะวากน่าหวาดเสียวด้วย ส่วนเพื่อนพระเอกหรือเพื่อนนางเอก (หรือทั้งคู่) จะต้องเป็นกระเทย

เมื่อไหร่พวกผู้จัดละครเขาจะรู้ตัวกันเสียทีว่า มีแต่ผู้จัดละครเท่านั้นแหละที่คิดว่าต้องมีตัวละครตลาดๆ แบบนี้คนดูถึงจะอยากดู เพราะคนดูละครจริงๆ อย่างเราเบื่อมากกก… เปลี่ยนช่องหนีทุกครั้งที่ตัวละครพวกนี้ออกมา 😦

ปล. ในหนังสือจะพูดถึงจำนวนเงินและราคาข้าวของต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันเก่ามากๆๆ (เช่น ตั๋วหนังราคาสิบกว่าบาท) เราไปเสิร์ชเจอว่าเรื่องนี้จะเขียนตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๐๙ ตั้ง ๔๐ กว่าปีมาแล้วนิยายเรื่องนี้ยังพิมพ์ออกมาขายได้ และมีคนอ่านอยู่เลยอ่ะ!!

Posted in B-52 | Tagged: , , | Leave a Comment »