ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

จุดเริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของ “หนังสือเดินทาง” (หรือ ภาษาอังกฤษแบบบ้านๆ ก็คือ books travel 🙂 ) เกิดจากไอเดียของเรากับพี่สาว ที่คุย กันว่าเพราะ “การอ่านหนังสือ” นี่แหละ ที่ทำให้เราสองคนเป็นเราอย่างที่เราเป็น เราคิดว่าการอ่านหนังสือ ทำให้เรารู้จักคิด รู้จักวิเคราะห์ ทำให้หูกว้าง ตากว้าง วันก่อนเราคุยกันว่า เสียดาย ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือเลย แล้วก็เสียดายที่บางทีซื้อหนังสือมาอ่านรอบเดียว แล้วก็เก็บเข้าตู้ไว้ (บางเล่มซื้อมาแล้วยังไม่ทันได้อ่านด้วยซ้ำ) หนังสือน่าจะได้มีคนอ่านเยอะๆ และคนไทยน่าจะอ่านหนังสือกันเยอะๆ กว่านี้

เราคิดอยากทำห้องสมุดประชาชน เพราะเคยไปเห็นห้องสมุดประชาชนดีๆ ในต่างประเทศ ที่มีหนังสือน่าอ่านเยอะมากๆ (จนอยากจะใช้เวลากินนอนอยู่ในนั้นซะให้มันรู้แล้วรู้รอด) แต่เราไม่เคยเข้าห้องสมุดประชาชนในเมืองไทย (เคยไปหอสมุดแห่งชาติเมื่อตอนเรียนชั้นมัธยม… ประมาณว่าไปเพราะต้องหาหนังสือมาทำรายงาน ซึ่งมันเมื่อเป็นสิบปีมาแล้ว… มันนานจนนึกไม่ออกแล้วว่าเป็นยังไง มีหนังสืออะไรมากน้อยแค่ไหน) เราไม่รู้ว่าห้องสมุดประจำจังหวัดอยู่ที่ไหน ไม่เคยไป แล้วก็เดาว่าคนส่วนใหญ่อีก ๖๐-๗๐% ของประเทศก็น่าจะเป็นเหมือนเรา

พอเป็นแบบนี้แล้วจะให้คนไทยอ่านหนังสือเกินกว่าวันละ ๖ บรรทัดได้ยังไง!! ก็คงต้องหวังให้คนซื้อหนังสือมาอ่านกันเยอะๆ ซึ่งเราว่าบางคนก็ไม่มีความพร้อม (แค่บริหารรายได้ให้พอกับค่าใช้จ่ายสำหรับปัจจัย ๔ ก็ลำบากแล้ว) ดังนั้นการจะทำให้คนอ่านหนังสือกันได้เยอะๆ อีกทางหนึ่งก็คือ ต้องให้หนังสือเล่มหนึ่งมีคนอ่านซ้ำๆ ให้มากๆ ครั้งที่สุด

พี่สาวเราบอกว่าเมื่อก่อนซื้อหนังสือมาอ่านแล้วก็จะชอบเก็บไว้ คิดว่าจะเก็บไว้ให้ลูกอ่าน หรือเอาไว้ว่างๆ จะเอามาอ่านซ้ำ แต่สุดท้ายหนังสือก็กองอยู่บนชั้นหนังสือนั่นแหละ เพราะความที่เรามีเวลาอ่านหนังสือน้อยลง แค่จะอ่านหนังสือใหม่ๆ ที่อยากอ่านก็แทบไม่มีเวลาแล้ว สุดท้ายหนังสือเยอะแยะก็นอนนิ่งอยู่บนหิ้ง น่าเสียดายทั้งเงินค่าหนังสือและคุณค่าของหนังสือด้วย

เดี๋ยวนี้ก็เลยเปลี่ยนความคิด ซื้อหนังสือมาแล้วก็อ่านเลย อ่านจบแล้วก็ไม่รู้สึกว่าอยากเก็บไว้แล้ว แต่อยากแบ่งให้คนอื่นๆ ได้อ่านบ้าง ว่าแล้วพี่สาวเราก็บอกว่าจะขนหนังสือไปบริจาค

ความจริงเรื่องแบ่งหนังสือให้คนอื่นอ่านเนี่ย เราก็ทำอยู่แล้วนะ คือเวลาซื้อหนังสือมาอ่านแล้วรู้สึกว่าสนุก ก็จะเอาไปแบ่งให้เพื่อนอ่าน หรือเวลาเพื่อนซื้อหนังสือมาอ่านแล้วบอกว่าสนุก เราก็จะขอยืมอ่าน

พอพูดเรื่องหนังสือน่าจะได้มีคนอ่านซ้ำๆ พี่เราก็บอกว่าอยากให้มีการส่งต่อหนังสือกันไปเป็นทอดๆ พอคนหนึ่งอ่านจบแล้ว ก็ส่งต่อให้คนอื่นที่คิดว่าจะได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนั้น คนที่ได้รับอ่านจบแล้วส่งต่อให้คนอื่นไปเรื่อยๆ แล้วก็น่าจะมีการบันทึกด้วย คือก่อนที่จะส่งต่อหนังสือ ก็บันทึกชื่อ/วันที่ไว้ด้วย เวลาที่คนได้รับหนังสือไป เขาจะได้เห็นว่า หนังสือเล่มนี้มีคนอ่านมาแล้วกี่คน

เราฟังแล้วก็คิดว่าน่าจะเอามาทำเป็นโครงการดีๆ และสนุกๆ ได้ ก็เลยกลายมาเป็นโครงการ “หนังสือเดินทาง” นี้เอง คือเราจะเอาหนังสือที่เราอ่านแล้วรู้สึกชอบและอยากให้คนอื่นได้อ่าน ไปส่งต่อไปให้เพื่อนของเราอ่าน และเมื่อเพื่อนเราอ่านจบ ก็ส่งต่อไปให้คนอื่นอ่านต่อด้วย ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ

แต่เราไม่อยากให้แค่หนังสือออกเดินทางไปเจอคนอ่านมากหน้าหลายตาอย่างเดียว เราอยากรู้ด้วยว่า หนังสือของเราจะเดินทางไปได้ไกลแค่ไหน… ไปเจอใครบ้าง… แล้วคนที่ได้รับได้อ่านหนังสือ เขามีความรู้สึก มีความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือที่เราส่งออกไปอย่างไร…

เราเคยได้ยินว่ามีคนทำเว็บไซต์ขึ้นมาติดตามการเดินทางของแบ็งค์ดอลลาร์ ก็เลยก็อปปี้ไอเดียของเขามาใช้ติดตามหนังสือของเรา ก็เลยเป็นที่มาของการสร้างบล็อก https://bookstravel.wordpress.com ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นช่องทางสำหรับที่อัพเดทเส้นทางการเดินทางของหนังสือ

เราเริ่มต้นโครงการ “หนังสือเดินทาง” ด้วยหนังสือจำนวนหนึ่ง (กะๆ เอาว่าน่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ ๑๐ เล่ม) ซึ่งเราเลือกขึ้นมาจากหนังสือที่อ่านแล้วชอบ เลือกแบบตามใจฉัน ไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์ว่าต้องเป็นหนังสือประเภทไหน อย่างไร ถ้าโครงการนี้เป็นไปได้ด้วยดี เราก็คิดว่าจะส่งหนังสือออกเดินทางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

สำหรับท่านที่ตกลงใจเป็นหนึ่งในผู้ร่วมโครงการหนังสือเดินทาง เราก็ขอบขอบคุณมากๆ ค่ะ (และจะขอบคุณมากขึ้น ถ้าจะช่วยส่งข่าวมาอัพเดทว่าหนังสือเดินทางไปถึงไหนแล้ว)  

นอกจากนี้ทุกท่านยังสามารถแสดงความคิดเห็นแบ่งปันประสบการณ์ ให้คำแนะนำติชม (ทั้งที่เกี่ยวกับหนังสือที่ออกเดินทางไปแล้ว เกี่ยวกับโครงการหนังสือเดินทาง หรือเรื่องอื่นๆ) ได้ที่บล็อกของเรา https://bookstravel.wordpress.com หรือทางอีเมลที่ bookstravel@hotmail.co.uk* ค่ะ

*ความจริงอยากใช้ @hotmail.com นะ แต่บังเเอิญว่ามีคนอื่นเขาสมัครใช้ชื่อ bookstravel ไปก่อนแล้ว เราก็เลยต้องใช้ @hotmail.co.uk แทน 🙂

2 Responses to “จุดเริ่มต้น”

  1. mymoney said

    หุ หุ…สวัสดีครับ

  2. สวัสดีค่ะ คุณ mymoney
    อืมม์ ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยบล็อกนี้ แต่ว่าโพสต์คอมเมนต์ไปแล้วถึงได้เห็นว่าล็อกอินอยู่ … เลยตามเลยละกันเนอะ 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: