ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

Posts Tagged ‘ฌ็อง-โดมินิก โบบี้’

ความฝันโง่ๆ

Posted by bookstravel บน พฤศจิกายน 5, 2007

ความฝันโง่ๆสัปดาห์ที่ ๓ – ความฝันโง่ๆ
ผู้เขียน: วินทร์ เลียววารินทร์
ISBN: ๙๗๔-๙๔๖๒๔๓-๒
จำนวนหน้า: ๒๓๙
สำนักพิมพ์: ๑๑๓ จำกัด
พิมพ์ครั้งที่: ๑, พ.ศ. ๒๕๔๙

ความฝันโง่ๆ เป็นหนังสือรวมบทความของวินทร์ เลียววารินทร์ บทความส่วนหนึ่งเคยเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.winbookclub.com และคอลัมน์ Final Say ในนิตยสารเปรียว เป็นหนังสือเล่มที่ ๒ ในชุดกำลังใจ

เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ ไม่เหมาะจะเอามาอ่านแบบรวดเดียวจบ คิดว่าการเผยแพร่ครั้งแรก (ไม่ว่าจะผ่านเว็บไซต์หรือในคอลัมน์ของเปรียว) น่าจะให้อิมแพ็คท์ที่ดีกว่า เพราะเนื้อหาในแต่ละบทความค่อนข้างสั้น อ่านแล้วน่าจะได้ใช้เวลาในการคิดให้เนื้อหาตกตะกอนสักพักหนึ่ง ใช้เวลาซึมซาบไอเดีย

พอเราอ่านรวดเดียวจบ เลยออกจะเป็นการ overload กำลังใจจนเฝือไปสักหน่อย เหมาะเป็นหนังสือที่น่าจะหยิบขึ้นมาอ่านในเวลาที่กำลังท้อแท้หรือมองหาแรงบันดาลใจ อ่านแล้วค่อยๆ คิดก็น่าจะได้กำลังใจเพิ่ม อ่านสักเรื่องสองเรื่อง แล้วก็พักเก็บไว้ ว่างๆ ก็หยิบออกมาอ่านอีกสักเรื่องสองเรื่องน่าจะดีกว่า

เรื่องราวของคนต่างๆ ที่พยายามทำ “ความฝันโง่ๆ” ของตัวเองให้เป็นความจริงในหนังสือเล่มนี้ ทำให้เรามองเห็นได้ว่า มนุษย์มีศักยภาพที่จะทำอะไรได้มากมาย ถึงแม้จะมีอุปสรรคยิ่งใหญ่หรือมากมายเท่าไร แต่สุดท้ายแล้วอุปสรรคแรกที่มนุษย์ต้องเอาชนะให้ได้ก่อน คือ จิตใจตัวเอง

ถ้าเรามีจิตใจที่จะไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นที่จะทำตามความฝัน ไม่ว่าจะไปถึงปลายทางของความฝันหรือไม่ก็ตาม เราว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

เราอ่านหนังสือเล่มนี้ ในสัปดาห์เดียวกับที่รายการเจาะใจออกอากาศเรื่องของสองสามีภรรยา คุณเจริญและอรวรรณ โอทอง (คุณหมูกับคุณวรรณ) ที่ใช้เวลาเกือบ ๖ ปีขี่จักรยานรอบโลก ได้ฟังเขาเล่าเรื่องการเดินทางของเขาด้วยความทึ่งและชื่นชม เฉพาะที่พวกเขาบอกเล่าในรายการเพียงบางส่วนก็มีเรื่องตื่นเต้น น่าประทับใจมากมาย

คุณวรรณเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ขี่จักรยานรอบโลกได้สำเร็จ หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าจะขี่ไปทำไม พิธีกรก็คำถามนี้ไว้เหมือนกันว่า ทำไมถึงตัดสินใจไปขี่จักรยานรอบโลก และคิดว่าอยากจะบอกอะไรกับคนดู

เธอบอกว่า เธอทำไปเพราะมันเป็นความฝันของเธอ และเธอคิดว่าเธอน่าจะทำได้ เมื่อเธอทำได้สำเร็จแล้ว ก็อยากจะบอกคนอื่นๆ ที่มีความฝันว่า ให้กล้าลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม อย่ายอมให้คนอื่น บอกว่า สิ่งที่เราฝันมันเป็นไปไม่ได้… 

วันหนึ่งในปีค.ศ. ๑๙๒๔ จอร์จ มัลเลอรี และเพื่อนมุ่งหน้าสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์กับความฝันโง่ๆ ของพวกเขา ไม่มีใครเห็นพวกเขาอีกเลย หลายคนมองการกระทำของพวกเขาเป็นความโง่ สมน้ำหน้าเมื่อพวกเขาตายไป พิพากษาเขาเหล่านั้นด้วยประโยคที่ขึ้นต้นว่า “อยู่ดีๆ ไม่ว่าดี…”

โลกเราเต็มไปด้วยความฝันโง่ๆ… แอริค วีเลนไมเยอร์ เป็นคนตาบอด เขาฝันที่จะปีนขึ้นสู่เจ็ดยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก คริส มูน ขาขาดจากกับระเบิด เขาฝันที่จะวิ่งมาราธอน สตีเฟน ฮอว์คิง เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ เขาฝันสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกกาแล็คซีหนึ่ง ฌอง-โดมินิค โบบี เป็นอัมพาตเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ เขาฝันที่จะเขียนหนังสือ

ฯลฯ

เหล่านี้เป็นความฝันโง่ๆ ไม่ใช่โง่ธรรมดา แต่โง่มากๆ ทว่าคนโง่เหล่านี้ปฏิเสธที่จะคิดอย่างคนทั่วไปว่า มันเป็นไปไม่ได้ พวกเขาเชื่อว่า ต่อให้เป็นความฝันโง่ๆ เพียงใด ก็เป็นความฝันที่ต้องลองทำ และราคาของความฝันโง่ๆ นั้นคุ้มค่าเสมอ แม้ว่าต้องจ่ายด้วยความตาย เพราะมนุษย์ตายได้ แต่พ่ายแพ้ไม่ได้

–จากปกหลัง

Advertisements

Posted in B-52 | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

หนังสือเดินทางเล่มที่ ๓ – ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

Posted by bookstravel บน ตุลาคม 30, 2007

Le Scaphandre et le papillonตอนที่คุณวัลยา วิวัฒน์ศรแปลหนังสือ “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ” เป็นภาษาไทยใหม่ๆ เราได้อ่านบทความจากมติชนสุดสัปดาห์แล้วก็รู้สึกทึ่งมาก เวลาผ่านมาหลายปีหลายๆ คนก็คงพอจะเคยได้ยินเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้มาบ้างแล้ว แต่เราก็จะเล่าให้ฟังอยู่ดี 🙂

คนเขียนหนังสือเล่มนี้ชื่อฌ็อง-โดมินิก โบบี้ เคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารแอลล์ฉบับฝรั่งเศส เขาเป็นสโตรค (เส้นเลือดสมองแตก) สลบไป ๒๐ วัน พอฟื้นขึ้นมาก็เป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว เคลื่อนไหวศีรษะได้เล็กน้อยและกระพริบตาซ้ายได้ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่สมองของโบบี้แจ่มใสเหมือนคนปกติธรรมดา

อาการของโบบี้มีศัพท์ทางการแพทย์ว่า Lock-in Syndrome (LIS) คนไข้ LIS ไม่สามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้เพราะร่างกายเป็นอัมพาตทั้งหมด แต่ในระหว่างที่โบบี้ “ถูกขัง” อยู่ในร่างกายตัวเองเขาสามารถเขียนหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อด้วยดวงตาข้างซ้ายของเขา ส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับซ็องดรีน นักสัทวิทยาที่พยายามจะใช้รหัสติดต่อสื่อสารกับโบบี้

ซ็องดรีนจะท่องตัวอักษรไปเรื่อยๆ และโบบี้จะกระพริบเปลือกตาเมื่อถึงตัวอักษรที่ต้องการ เธอก็จะจดตัวอักษรตัวนั้นไว้ และเริ่มท่องตัวอักษรใหม่ จากตัวอักษรรวมเป็นคำ จากคำรวมเป็นประโยค จากประโยคกลายเป็นวิธีที่โบบี้สื่อสารกับคนอื่น และกลายเป็นหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

เวลาเราเขียนบล็อก เราจะพิมพ์ในเวิร์ดโพรเซสเซอร์ก่อน ซึ่งเราก็จะพิมพ์แล้วลบ-ลบแล้วพิมพ์ แก้ไขตรงโน้น-ย้ายประโยคตรงนี้ไปตรงนั้น กว่าจะได้บทความสักเรื่องหนึ่ง

แต่โบบี้เขียนชุดประดาน้ำฯด้วยเปลือกตา… เราอ่านเจอว่า การเขียนแต่ละคำใช้เวลาประมาณสองนาที หนังสือชุดประดาน้ำกับผีเสื้อต้องใช้การกระพริบตาถึงประมาณสองแสนครั้ง แต่ที่เราคิดว่ายากไปกว่าการกระพริบตาคือ โบบี้ต้องแต่งเรื่องราวทั้งหมดในสมอง แก้ไข ขัดเกลาทุกอย่างให้เสร็จสรรพในสมอง ท่องจำให้แม่นยำ แล้วค่อยๆ บอกให้คนเขียน “ตามการกระพริบตา”

โบบี้เขียนหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อเสร็จในเวลา ๒ เดือน (โบบี้ทำงานร่วมกับโกล๊ด มองดิบิล บรรณาการต้นฉบับอิสระจากสำนักพิมพ์โรแบรต์ ลัฟฟงต์ ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙)

ความที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้ไปเมื่อนานมาแล้ว พอจะเอามาเป็นหนังสือเดินทาง เราก็เลยย้อนกลับไปอ่านซ้ำอีกรอบ คราวนี้ได้มุมมองที่ลึกซึ้งขึ้นในแง่ของสภาพจิตใจและความคาดหวังของโบบี้ เพราะเราได้มีประสบการณ์โดยตรงจากคนใกล้ตัวที่เป็นอัมพาตจากสโตรค (แม่เราเพิ่งเป็นอัมพาตเมื่อปีที่แล้ว) เรารู้สึกนับถือการมองโลกในแง่ดีของโบบี้มากขึ้นไปอีก

หนังสือชุดประดาน้ำฯฉบับภาษาฝรั่งออกวางขายครั้งแรกวันที่ ๖ มีนาคม ๑๙๙๗ ได้รับคำวิจารณ์ดีเยี่ยม ขายได้ถึง ๑๕๐,๐๐๐ เล่มในสัปดาห์แรก โบบี้เสียชีวิตในอีก ๓ วันถัดมาเพราะหัวใจล้มเหลว หนังสือเล่มนี้ถูกแปลไปเป็นภาษาต่างๆ และเป็นหนังสือแนะนำในภาษาเหล่านั้น ล่าสุดเรื่องนี้ถูกเอาไปทำเป็นภาพยนตร์ ทำให้ผู้กำกับ Julian Schnabel ได้รับรางวัล Best Director จากงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี ๒๐๐๗ 

ถ้าคนเราไม่หมดความหวัง-ไม่สิ้นศรัทธา อะไรก็เป็นไปได้ ข้อความที่ส่งผ่านเปลือกตาซ้ายอย่างไร้เสียง ก็สามารถดังกระหึ่มให้คนทั่วโลกได้ยินไปอีกนาน

 

== แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ
หรือ อัพเดทเส้นทางการเดินทาง เขียนข้างล่างเลยค่ะ ==

Posted in หนังสือเดินทาง | Tagged: , , , , , , , , | Leave a Comment »