ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

Posts Tagged ‘วาณิช จรุงกิจอนันต์’

ความสุขของกะทิ โดย วาณิช จรุงกิจอนันต์

Posted by bookstravel บน เมษายน 18, 2007

ความสุขของกะทิ โดย วาณิช จรุงกิจอนันต์ – มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 7-13 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 24 ฉบับที่ 1238 หน้า 77

“ความสุขของกะทิ” เป็นชื่อหนังสือของ งามพรรณ เวชชาชีวะ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ “แพรว-เยาวชน” ในเครือบริษัทอัมรินทร์ หนังสือออกมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมเพิ่งได้อ่าน ยืนยันว่าเป็นหนังสือดีที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่ได้อ่านหนังสือมาในระยะหลังๆ นี้

          ยืนยันว่าเป็นงานเขียนนิยายที่ดีอย่างยิ่งเรื่อหนึ่ง เมืองไทยเราไม่ค่อยมีนิยายดีๆ

          และยืนยันว่า “ความสุขของกะทิ” ไม่ใช่หนังสือเยาวชน อย่างน้อยก็ไม่ใช่หนังสือสำหรับเด็ก อาจจะพูดได้ว่าเป็นหนังสือที่เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดี แต่เด็กอ่านหรือเยาวชนอ่านอาจจะไม่จับใจประทับใจเท่ากับผู้ใหญ่อ่าน

          ผมว่าสำนักพิมพ์แพรวจัดช่องหนังสือเล่มนี้ผิด เห็นว่าเป็นเรื่องของเด็กก็เลยใส่ไว้ในช่องของวรรณกรรมเยาวชน

          พอระบุบ่งตรงเผงไปว่าเป็นหนังสือสำหรับเยาวชน ผู้ใหญ่ก็จะขยับหนี อันนี้เป็นความผิดพลาดของสำนักพิมพ์ ซึ่งผมก็ถือว่าร้ายแรง พอบอกว่าเป็นหนังสือสำหรับเยาวชนผมก็ไม่ค่อยนึกอยากอ่าน ยิ่งจัดทำรูปเล่มหน้าตาเป็นหนังสือเยาวชน ผมก็ยิ่งไม่อยากอ่าน ผู้อ่านผู้ใหญ่ทั่วไปทั้งหลายก็คงจะคิดทำนองเดียวกับผม

          หนังสือเล่มนี้ควรจะจัดพิมพ์ในนามสำนักพิมพ์แพรวที่ไม่ใช่ช่องเยาวชน และควรระบุไว้ให้ชัดเจนว่าเป็นงานเขียนนิยาย (ขนาดสั้น) เรื่องแรกของงามพรรณ เวชชาชีวะ
คุณงามพรรณเธอมีชื่อในเรื่องการแปลงานวรรณกรรมต่างประเทศ เป็นที่รู้กันดี

          ถ้าทำอย่างที่ผมว่าหนังสือเล่มนี้ ก็จะอยู่ถูกที่ถูกทาง และเมื่อเห็นว่าเป็นนิยายเล่มแรกของ งามพรรณ เวชชาชีวะ ยังไงๆ ผมก็ต้องหามาอ่าน บอกไว้เผื่อสำนักพิมพ์จะจัดพิมพ์ใหม่ในครั้งต่อไป จะได้จัดรูปเล่มหน้าตาให้ถูกต้องตามที่ควร

          เสียดายจริง นิยายเรื่อง “ความสุขของกะทิ” ควรมีสิทธิ์ได้ส่งเข้าประกวดชิงรางวัลซีไรท์
เข้าใจว่าคงเป็นความคุ้นชินนะครับ ที่พอเห็นว่าตัวละครเอกเป็นเด็ก ก็มีแนวโน้มที่จะจัดประเภทไว้ให้เป็นหนังสือสำหรับเด็ก ซึ่งไม่ใช่เลย มันต้องพิจารณาเรื่องราว เนื้อหา และอะไรอื่นๆ อีกหลายอย่าง ผมมีนิยายของตัวเองเรื่องหนึ่งชื่อ “ตุ๊กตา” ตัวละครเอกเป็นเด็ก แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเขียนนิยายเรื่องนี้เป็นหนังสือสำหรับเด็กหรือวรรณกรรมเยาวชนเลย และมีหนังสือรวมเล่มอยู่เล่มหนึ่ง ชื่อว่า “บ้านเกิดและเพื่อนเก่า” เป็นเรื่องที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิตวัยเด็ก ก็ไม่เคยคิดในขณะที่เขียนว่าตัวเองเขียนหนังสือเด็กหรือวรรณกรรมเยาวชน          หยิบมาอ่านในวันนี้กลับรู้สึกว่า “บ้านเกิดและเพื่อนเก่า” นั้นเป็นวรรณกรรมเยาวชน ยังนึกกับตัวเองว่า เออ เราเขียนวรรณกรรมเยาวชนโดยที่ไม่รู้ตัว เขียนดีเสียด้วยซี

          “ช่างสำราญ” ของ เดือนวาด พิมวนา ที่ได้รับรางวัลซีไรท์ในประเภทนิยายเมื่อปีที่ผ่านมา นั่นก็เป็นวรรณกรรมเยาวชน ไม่ใช่ประเภทนิยายนะครับ เป็นอะไรทำนองเดียวกับ “บ้านเกิดและเพื่อนเก่า” ของผม

          ผมอ่าน “ความสุขของกะทิ” รวดเดียวจบ วางไม่ลง ยากนะครับที่จะมีหนังสือเล่มไหนเอาผมอยู่แบบรวดเดียวจบ ผมไม่ได้อ่านนิยายเรื่องไหนที่วางไม่ลงมานานเต็มที แต่ระหว่างที่อ่านนั้น ผมก็ต้องคว่ำหนังสือไปป้ายน้ำตาอยู่หลายครั้ง อ่านจบแล้วก็นั่งอึ้งอยู่นาน

          ผมคิดว่าผมจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ จะเขียนอย่างไรดี
ผมมีชื่ออยู่ในเรื่องของการวิจารณ์หนังสือแบบ “ดังทางด่า” เรื่องชื่นชมนี่ บอกตรงๆ ว่า ผมไม่ถนัดเอาเลย รู้สึกว่าตัวเองมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องความรู้และศัพท์แสงถ้อยคำที่จะใช้ในการเขียน ไม่ได้ร่ำเรียนอะไรมาในสาขาวิชาการแถวนี้ คำแรกวลีแรกที่สรุปงานเขียนชิ้นนี้ก็คือ “งดงามและสะอาดสะอ้าน” ซึ่งมันแสนจะไม่เป็นศัพท์แสงที่ใช้ในการเขียนวิจารณ์วรรณกรรมเอาเลย          นอกจากคำว่างดงามและสะอาดสะอ้านแล้ว คำว่ากินใจจับใจก็ตามมา

          โครงเรื่อง “ความสุขของกะทิ” นั้นง่าย เรื่องเริ่มจากเด็กหญิงกะทิวัยเก้าขวบอยู่กับตายายที่บ้านริมคลองต่างจังหวัด ยายเป็นคนมีความรู้ดี เคยทำงานดี แต่เมื่อมาอยู่ต่างจังหวัดก็พยายามทำตัวเป็นชาวบ้าน ใช้ชีวิตอย่างคนชนบท ตาซึ่งเคยเป็นนักกฎหมายผู้สามารถเกษียณแล้วก็มาอยู่อย่างชาวบ้าน ผมชอบสัมพันธภาพระหว่างตากับยายในเรื่องนี้มาก ตาเป็นคนจิตใจดีมีอารมณ์ขันในขณะที่ยายนั้นขี้บ่น
วิธีการเขียนและการนำเสนอเรื่องนี้แปลกไปจากนิยายที่เขียนๆ กันมา คือจะมีชื่อตอนแต่ละตอน ซึ่งเป็นตอนสั้นๆ จากชื่อตอนก็จะมีคำถามหรือคำพูดหรือความรู้สึกของเด็กหญิงกะทิ เป็นต้นว่าตอนที่ 9 ชื่อตอนว่า “กระถางธูป” ใต้ชื่อตอนอยู่ในเครื่องหมายคำพูด “เหลือเพียงเสียงของแม่ที่กะทิจำได้ดี” เป็นวิธีการดำเนินเรื่องอีกลักษณะหนึ่งซึ่งน่าสนใจมาก

          เป็นวิธีการนำเสนอที่ผมว่าเก๋…อย่างยิ่ง

          แม่ของกะทิเป็นโรคร้ายที่แน่นอนว่าจะต้องตาย แม่ของกะทิมีระบบคิดและวิธีการของตัวเองที่จะเตรียมตัวตายแบบที่อ่านแล้วต้องน้ำตาคลอ ผู้หญิงคนไหนมีลูกและคิดว่าตัวเองรักลูกอย่างที่สุด ต้องอ่านนิยายเรื่องนี้ อ่านวิธีเตรียมตัวตายของแม่กะทิ ชั่งจับจิตกินใจเสียเหลือเกิน และเรื่องของพ่อกะทิ ซึ่งไม่ปรากฏตัวและแทบจะไม่มีการเอ่ยถึงในเรื่อง แต่เป็นตัวละครสำคัญในเรื่อง

          ที่ว่าเป็นตัวละครสำคัญเพราะมีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้เด็กหญิงกะทิบรรลุธรรม

          ผมจะพูดถึงเรื่องราวไว้แค่นี้แหละ อื่นๆ ต้องไปอ่านเอาเอง ถ้าสงสัยว่าอะไรเป็นยังไง ทำไมผมจึงชื่นชมนิยายเรื่องนี้เกินเหตุไปหรือเปล่า เขียนมานะครับ เขียนมาเถียงกับผม
งามพรรณ เวชชาชีวะ เป็นคนเขียนหนังสือที่ภาษาดีมาก สำนวนดีมาก ลีลาในการเขียนดีอย่างวิเศษเขียนหนังสือด้วยภาษาสำนวนดีแบบที่ไม่มีรอยบิ่น อาจจะไม่ยากนะครับสำหรับนักเขียนทั่วไปที่จะเขียนภาษาสำนวนที่ไม่มีรอยบิ่น แต่ไม่มีรอยบิ่นแบบที่ได้เนื้อหาสาระ โดยกลมกลืนและเกลี้ยงเกลาไปกับเรื่องที่เป็นนิยายนั้น ไม่ง่าย ยืนยันครับว่าไม่ง่าย นี่เป็นสิ่งที่ผู้เขียน “ความสุขของกะทิ” ทำได้ดีมาก          สิ่งที่ควรชื่นชมอย่างยิ่งอย่างหนึ่งของนิยายเรื่องนี้ คือการที่ผู้เขียนเขียนให้เห็นและรู้สึกถึงบุคลิกภาพและสัมพันธภาพของตัวละคร โดยที่ไม่มีข้อความใดบรรยายยืดยาวในสิ่งนี้ เราจะรู้สึกถึงสัมพันธภาพของตายายว่าเป็นแบบไหน รู้ถึงบุคลิกโดยรวมของตากับยายว่าเป็นคนอย่างไร รู้สึกถึงบุคลิกภาพของแม่ รู้สึกถึงความรักและความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของแม่กับเด็กหญิงกะทิ จะรู้สึกถึงความเป็นตัวตนของพี่ทองเด็กวัด รู้สึกถึงสัมพันธภาพของพี่ทองกับเด็กหญิงกะทิซึ่งช่างแสนดีและแสนสวยงาม

          รวมถึงลุงตอง น้ากันต์และน้าฎา

          นิยายเรื่องนี้ให้ฮอลลีวู้ดทำหนังแบบของ วอลท์ ดิสนีย์ หรือหนังที่ฉายทางเคเบิลทีวียูบีซีที่ฉายทางช่อง “ฮอลล์มาร์ก” ได้ และได้อย่างดี เรื่องมีความลึกพอ อะไรที่เรียกว่า “คอมิกรีลีฟ” ก็มีอยู่พร้อม ผมควรจะยกตัวอย่างหลายๆ อย่าง แต่เนื้อที่ก็จำกัดเสียแล้ว

          หนังไทยก็ทำได้นะครับ หนังเรื่อง “แฟนฉัน” ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กและใช้เด็กแสดงนำก็ดังเกรียวกราว ทำรายได้เป็นร้อยล้าน หากคิดจะทำหนังใช้เด็กแสดงนำอีกสักเรื่อง ทำเรื่องนี้ หาคนเขียนบทไม่ได้มาหาผม ผมจะช่วยหาให้ หากหาไม่ได้ ผมจะเขียนให้เอง และขอให้เชื่อว่าผมจะเขียนได้ดี

          พระเอกนางเอกมีอยู่พร้อม เด็กหญิงกะทิกับพี่ทองลูกศิษย์วัดเป็นพระเอกนางเอก น้ากันต์กับน้าฎานั้นเป็น “ซับพล็อต” พระรองนางรอง” ผมเชื่อว่าจะเป็นหนังที่คนชื่นชมกันยิ่งกว่าหนังเรื่องแฟนฉันด้วยซ้ำ

          คุณงามพรรณเธอเขียนไว้ในคำนำผู้เขียนตอนท้ายว่า “ความสุขที่ได้ระหว่างการเขียนเรื่องนี้มากล้น และความสุขเพิ่มขึ้นเมื่อผลงานปรากฏออกมาเป็นหนังสือ หวังหมดใจว่าจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้อ่านได้ แม้ในช่วงเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง (ก็หนังสือเล่มเล็กนิดเดียว) ถ้าถูกใจก็สัญญาว่าจะมีงานเขียนอื่นตามมา ถ้าไม่ถูกใจก็จะกลับไปก้มหน้าแปลหนังสือต่อไปโดยดี (ที่จริงแล้วเขียนงานบ้างแปลบ้างพร้อมกันก็ทำได้ไม่ยากเกินกำลัง)

          จะบอกว่าที่หวังหมดใจนั้น ได้ใจผมไปทั้งหมดเลยครับ อยากอ่านนิยายเรื่องที่สอง อวยพรตัวเองว่าขอให้ได้อ่าน

          และแปลก เมื่ออ่านนิยาย “ความสุขของกะทิ” จบลง ผมคิดถึง คุณหญิงจำนงศรี (รัตนิน) หาญเจนลักษณ์ ผมอยากอ่านนิยายเรื่องแรกของท่านมากๆ เลย

          รู้ว่าจะเป็นนิยายที่ดี 

Advertisements

Posted in บทวิจารณ์, หนังสือเดินทาง | Tagged: , , | 1 Comment »