ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

Posts Tagged ‘หนังสือแปล’

หมาของผมรักดนตรีแจซ

Posted by bookstravel บน มกราคม 22, 2008

my-dog-loves-jazz.gifสัปดาห์ที่ ๑๔ – หมาของผมรักดนตรีแจซ
ผู้แต่ง: Marina Moskvina
ผู้แปล: จิตอำไพ เมืองสนธิ์
ISBN: ๙๗๔-๙๐๙๔๒๘-๐
จำนวนหน้า: ๑๖๐
สำนักพิมพ์: มูลนิธิดำรงชัยธรรม (สำนักพิมพ์อิมเมจ)
พิมพ์ครั้งที่: ๑, มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

เห็นเขียนว่าเป็นวรรณกรรมจากประเทศรัสเซีย ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน IBBY Honor List (IBBY คือ International Board of Books for Young People) คือเป็นหนังสือที่มีคุณค่าเหมาะสำหรับเผยแพร่ในระดับนานาชาติ แต่เราอ่านแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

เห็นชื่อหนังสือนึกว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหมากับดนตรีแจซ แต่ปรากฏว่าเป็นแค่ชื่อของตอนแรก จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของเด็กชายชาวรัสเซียกับครอบครัวแปลกๆ ของเขามากกว่า

ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือบอกว่าเป็นเรื่องแฟนตาซีขำขันจากจินตนาการเหนือจินตนาการ แต่ปรากฏว่าเราคงไม่ค่อยมีจินตนาการและอารมณ์ขันสักเท่าไหร่ เพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจและไม่ขำ

ในคำนำของผู้แปล (ซึ่งบอกว่าใช้ชีวิตอยู่ในประเทศรัสเซียนานปี) บอกว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาในหนังสือ เป็นเริ่องราวชีวิตของคนรัสเซียที่พบเห็นอยู่ได้ทั่วไป พอเราไปนึกถึงตอนที่พ่อของเด็กชายอยู่ๆ ก็ไปตกหลุมรักหมอฟันสาว ย้ายข้าวย้ายของออกจากบ้าน ทิ้งลูกเมียไปอยู่กับหมอฟัน (ที่ตึกฝั่งตรงข้าม) แล้วอยู่ๆ ก็ตัดสินใจกลับมา เพราะนึกสงสารต้นไม้ที่เศร้าใจจนใบร่วงโกร๋นเพราะพ่อไม่อยู่บ้าน

เอ… คนรัสเซียที่เห็นอยู่ได้ทั่วไปเป็นอย่างนี้เหรอ? หรือว่าเขาเขียนเป็นเชิงสัญลักษณ์ที่เราตีความไม่ออก…

นอกจากเรื่องนี้แล้ว แทบทุกตอนก็เป็นเรื่องที่แปลกจนเราไม่เข้าใจซะทั้งนั้น ไม่รู้ว่าต้องเป็นคนรัสเซีย หรือคนที่รู้จักและเข้าใจวัฒนธรรมรัสเซียมากๆ หรือเปล่า ถึงจะเข้าใจ!?!?

จะว่าไปแล้วสิ่งที่เราชอบมากที่สุดในหนังสือเล่มนี้ กลายเป็นคำนำที่คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม (อากู๋แห่งแกรมมี่นั่นแหละ) เขียนเกี่ยวกับโครงการหนังสือของมูลนิธิดำรงชัยธรรม

คุณไพบูลย์บอกว่าลูกๆ ของเขาบ่นว่าทำไมจะต้องเรียนวิชาอะไรเยอะแยะมากมาย  ถ้าหากว่าเขารู้แล้วว่าโตขึ้นอยากเป็น “นัก” อะไรสักอย่างแล้ว (เช่น เป็นนักเขียนเกมคอมพิวเตอร์ หรือนักวาดการ์ตูน ก็ไม่เห็นต้องเรียนคณิตศาสตร์)

คุณไพบูลย์บอกว่าที่เขาได้พบกับคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนในอาชีพใดก็ตาม ทุกคนไม่ได้รู้ลึกแต่ในเรื่องอาชีพของตัวเอง แต่มีความรู้กว้างขวางในเรื่องอื่นๆ ด้วย และการจะเป็นคนรู้กว้างขวางได้ ก็ได้จากการอ่านหนังสือ

คุณไพบูลย์บอกว่า เด็กๆ อาจจะรู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไม่น่าสนุก แต่ถ้าอ่านบ่อยๆ อ่านให้เป็นนิสัย ต่อไปก็จะง่าย และต่อไปก็จะน่าสนุกไปเอง เราว่าอันนี้เป็นเรื่องจริงอย่างยิ่ง

ถึงหนังสือเล่มนี้จะไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่สำหรับเรา แต่ก็ต้องยอมรับว่าโครงการหนังสือของมูลนิธิดำรงชัยธรรมเป็นเรื่องดีอย่างมากๆ น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง!!! (และมีหนังสือเล่มอื่นๆ ในโครงการนี้ที่อ่านสนุกและน่ารักมากๆ ด้วยนะ… เอาไว้จะเอามาเขียนเล่าละกัน)

Posted in B-52 | Tagged: , , | 1 Comment »

ปมปริศนาภาพเขียนมรณะ (False Impression)

Posted by bookstravel บน ธันวาคม 10, 2007

false_impression.gifสัปดาห์ที่ ๘ – ปมปริศนาภาพเขียนมรณะ (False Impression)
ผู้เขียน: Jeffrey Archer
ผู้แปล: โรจนา นาเจริญ
ISBN: ๙๗๔-๙๔๙๖๙๓-๐
จำนวนหน้า: ๓๙๔
สำนักพิมพ์: น้ำพุสำนักพิมพ์
พิมพ์ครั้งที่: ๑, พ.ศ. ๒๕๔๙

เราชอบนิยายของของเจฟฟรีย์ อาร์เชอร์ เพราะเป็นนิยายเล่มแรกๆ ที่เราสามารถอ่านฉบับภาษาอังกฤษได้จนจบเล่ม งานเขียนของเขามีทั้งนิยายและเรื่องสั้น รู้สึกแรกๆ จะเขียนเป็นแนวหักเหลี่ยมเฉือนคมกันทางธุรกิจ แต่หลังๆ นี้สังเกตว่าจะชักจะมีแอ็คชั่นสืบสวนสอบสวนเข้ามาด้วยเหมือนกัน

อย่างในเรื่อง False Impression ซึ่งเราอ่านฉบับภาษาไทยนี้ พอเริ่มอ่านปุ๊บก็ติดหนึบวางไม่ลง (จริงๆ นะ เริ่มอ่านตอนเย็นๆ อ่านรวดเดียวจบตอน ๕ ทุ่ม) ทำไปทำมาเรารู้สึกว่าได้อารมณ์คล้ายๆ ตอนอ่าน ดาวินชีโค้ด หรือ เทวากับซาตาน ของแดน บราวน์ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

คำโปรยของหนังสือกระตุ้นความอยากรู้ของคนอ่านด้วยคำถามเกี่ยวกับอะไรต่ออะไรที่ดูไม่น่าจะสัมพันธ์กันได้ (เหตุการณ์ ๑๑ กันยา, แวนโก๊ะ, นายธนาคาร, สตรีสูงศักดิ์ชาวอังกฤษ, เศรษฐีชาวญี่ปุ่น, นักยิมนาสติก, ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะ และเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ)

เราอ่านจบก็ได้รับคำตอบของคำถามเกือบทั้งหมด ไปติดใจอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งเหมือนเขาจะไม่ได้เฉลย เรารู้สึกคาใจก็เลยไปลองเสิร์ชหาคำตอบในเว็บ ไม่เจอคำตอบ (เพราะที่จริงมันไม่ได้มีพล็อตหรือมีปมอะไรซ่อนอยู่ แต่เราดันอ่านเร็วไปหน่อย ข้ามรายละเอียดไป เลยงงซะเอง…) แต่ไปเจอเรื่องเกี่ยวกับเจฟฟรีย์ อาร์เชอร์ที่น่าสนใจดีเหมือนกัน

หลายคนอาจจะรู้ว่าเจฟฟรีย์เป็นนักการเมืองพรรคทอรี่ (Conservative Party พรรคเดียวกับมาร์กาเร็ต แธ็ตเชอร์) อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโทนี่ แบลร์ซึ่งอยู่พรรคเลเบอร์หรือพรรคแรงงาน คงเพราะเป็นนักการเมืองนี่แหละมั้งที่ทำให้ตอนที่คุณปองพล อดิเรกสาร ที่เขียนนิยายภาษาอังกฤษออกมาขาย (รู้สึกจะชื่อ ตะรุเตา หรือไงเนี่ย เขาใช้ชื่อว่า Paul Adirex) คนก็เอาคุณปองพลไปเปรียบเทียบกับเจฟฟรีย์ อาร์เชอร์ แต่เราไม่เคยอ่านนิยายของคุณปองพล ก็เลยไม่รู้ว่าฝีมือขั้นเดียวกันหรือเปล่า

แต่ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ คือ เมื่อปลายปี ๑๙๙๙ หลังจากได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคทอรี่เพื่อลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแห่งลอนดอน เขาต้องถอนตัวออกจากการเลือกตั้ง เพราะโดนตั้งข้อหา “Perjury and conspiracy to pervert the course of justice” (ภาษาไทยคืออะไรไม่รู้ แต่เราลองเปิดดิกดูทีละคำ รวมความได้ประมาณว่า “ให้การเท็จและหมิ่นประมาทศาล” เพราะ perjury คือ ให้การเท็จ conspiracy คือ สมคบคิด pervert คือ บิดเบือน Court of Justice คือ ศาลสถิตยุติธรรม)

ศาลตัดสินว่ามีความผิดและกำหนดโทษจำคุก ๔ ปี เจฟฟรีย์ติดคุกอยู่ ๒ ปี แล้วถูกปล่อยตัวออกมาโดยยังมีทัณฑ์บน เมื่อเดือนกรฏาคม ๒๐๐๓

ระหว่างติดคุกเขาเขียนไดอารีบันทึกเหตุการณ์ประจำวันออกมา ๓ เล่ม คือ Prison Diary: Volume I – Hell (รู้สึกหน้าปกฉบับพิมพ์ครั้งแรกจะพิมพ์ว่า เขียนโดย “FF8282” ซึ่งเป็นหมายเลขนักโทษของเขา) บันทึกเหตุการณ์ประจำวันใน ๒๒ วันแรกของการเป็นนักโทษ ซึ่งเจฟฟรีย์ถูกขังในคุกที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด เป็นที่คุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ส่วน Volume II – Purgatory กับ Volume III – Heaven เป็นบันทึกในช่วงที่เขาถูกย้ายไปขังในคุกที่มีการคุ้มกันน้อยลง กับตอนที่เขาถูกปล่อยตัวออกมาในระหว่างทัณฑ์บน

เรารู้สึกว่าน่าสนใจ (และน่าแปลกใจ) ที่คนระดับ “ครีม” อย่างเจฟฟรีย์ (จบออกซ์ฟอร์ด เป็นนักการเมืองที่มีเกียรติ ได้รับแต่งตั้งยศเป็นบารอน) โดนติดคุกก็ได้ด้วย ถ้าเป็นเมืองไทยคนระดับนี้มักจะรอดคดีได้เพราะแพะ 😛

นิยายเรื่องแรกที่เจฟฟรีย์เขียนคือ Not a penny more, not a penny less ซึ่งเขียนเพื่อจะหาเงินไปใช้หนี้ที่เกิดจากการไปซื้อหุ้นของบริษัทในแคนาดาตามคำแนะนำของธนาคารแห่งหนึ่ง ตอนหลังบริษัทนี้ล้มละลาย (ผู้บริหารบริษัทติดคุกข้อหาฉ้อโกง) เขาสูญเงินทั้งหมดและมีหนี้อยู่อีก ๔ แสนกว่าปอนด์

เนื้อหาของนิยายเล่มแรกนี่น่าจะ “กลั่น” ออกมาจากชีวิตจริง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชาย ๔ คนโดนตุ๋นให้ไปซื้อหุ้นของบริษัทจอมปลอม ๔ หนุ่ม ๔ อาชีพ (นักแสดง, หมอ, อาจารย์มหาวิทยาลัย และนายหน้าค้ารูปภาพ) ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน รวมตัวกันหาวิธีตุ๋นกลับเพื่อเอาเงินคืนจากคนที่โกงเงินพวกเขาไป เป็นพล็อตหักเหลี่ยมเฉือนคมอ่านสนุกๆ เพลินๆ

หลังจากนิยายเรื่องแรกติดอันดับนิยายขายดี (หาเงินใช้หนี้ได้ตามที่ตั้งใจ) เขาก็เขียนนิยายออกมาอีกหลายเล่ม กลายเป็นนักเขียนชื่อดังไปในที่สุด

เราว่าชีวิตคนมักจะน่าอัศจรรย์ เขามีคำพูดว่า “เวลาที่ประตูแห่งความสุขบานหนึ่งปิดลง ประตูอีกบานจะเปิดออกมา” คนส่วนใหญ่มักจะมัวแต่ไปจ้องมองประตูที่ปิดลง จนไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีประตูบานใหม่เปิดออกสำหรับตัวเองแล้ว… โชคดีที่เจฟฟรีย์ อาร์เชอร์มองเห็นประตูบานใหม่ ก็เลยมีนักเขียนหน้าใหม่เกิดขึ้นในวงการ พลอยทำให้เราได้อานิสงส์ได้มีนิยายสนุกๆ ให้อ่านไปด้วย

ทำไมหญิงชราผู้สูงศักดิ์เจ้าของคฤหาสน์เก่าแก่จึงถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหดในคืนก่อนเกิดเหตุ ๙/๑๑
ทำไมนายธนาคารชื่อดังแห่งนิวยอร์กจึงไม่สะทกสะท้านเมื่อได้รับพัสดุเป็นหูข้างซ้ายของหญิงคนหนึ่ง
ทำไมสาวผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะจึงเสี่ยงขโมยภาพเขียนของแวนโก๊ะ
ทำไมนักยิมนาสติกโอลิมปิกจึงได้รับค่าเหนื่อยถึงหนึ่งล้านดอลลาร์จากการทำงานเพียงแค่ครั้งเดียว
ทำไมมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นจึงยอมมอบเงิน ๕๐ ล้านดอลลาร์ให้กับผู้หญิงที่เคยพบกันเพียงครั้งเดียว
ทำไมสตรีชนชั้นสูงชาวอังกฤษจึงหมายมั่นที่จะฆ่านายธนาคารและนักยิมนาสติกทั้งที่รู้ดีว่าจะต้องลงเอยด้วยการติดคุกตลอดชีวิต
ทำไมสายลับเอฟบีไอจึงพยายามหาเบาะแสเชื่อมโยงคนทั้งหกที่ดูเหมือนเป็นผู้บริสุทธิ์เหล่านี้

คำถามเหล่านี้รอให้คุณค้นหาคำตอบในนวนิยายสุดระทึกที่เต็มไปด้วยการไล่ล่าและซ้อนแผนเพื่อช่วงชิงงานจิตรกรรมชิ้นเอกของโลกอันประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งจะพาคุณเดินทางข้ามทวีป จากนิวยอร์กสู่ลอนดอน ลัดฟ้าจากบูคาเรสต์สู่โตเกียว และสิ้นสุดที่คฤหาสน์เก่าแก่ในอังกฤษ ที่ซึ่งความลับที่แฝงอยู่ในภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของแวนโก๊ะจะถูกเปิดเผยแบบที่คุณเองไม่มีทางคาดถึง

Posted in B-52 | Tagged: , , | Leave a Comment »

คำสารภาพของทัวร์ลีดเดอร์ (Rule No. 5: No Sex On The Bus)

Posted by bookstravel บน ธันวาคม 10, 2007

brian_thacker.gifสัปดาห์ที่ ๘ – คำสารภาพของทัวร์ลีดเดอร์ (Rule No. 5: No Sex On The Bus)
ผู้เขียน: Brian Thacker
ผู้แปล: พจน์ เดชา
ISBN: ๙๗๔-๗๗๐๖๓๖-๙
จำนวนหน้า: ๓๔๔ หน้า
สำนักพิมพ์: อทิตตา
พิมพ์ครั้งที่: ๑, ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ถ้าหนังสือไกด์บุ๊คนำเที่ยวทั่วไปเป็นหนังที่เสร็จแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็เป็นคล้ายๆ กับการเปิดเผยเบื้องหลังการถ่ายทำ เพราะคนเขียนเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละทริป ไบรอัน แธ็คเคอร์รวบรวมเอาเรื่องสุดๆ จากประสบการณ์การเป็นไกด์ทัวร์มาเล่าแบบฮาๆ อุบาทว์ๆ พิลึกๆ

เป็นหนังสือที่อ่านได้เพลินๆ แต่เราว่าคนแปลน่าจะต้องปรับปรุงฝีมือ เพราะเราอ่านสะดุดอยู่หลายที่มาก ทั้งที่แปลแบบตรงตัวเด๊ะๆ จากภาษาอังกฤษ และที่น่าจะแปลผิด เราเดาว่าเขาคงจะเพิ่งเริ่มแปล หวังว่าต่อไปเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น ก็คงจะแปลได้ดีขึ้น (ทีแรกเราเอากระดาษมาคั่นไว้กะว่าจะเมลคอมเมนต์กลับไปให้คนแปล แต่พออ่านจบแล้วเรามีคอมเมนต์เยอะมาก เลยช่างมันดีกว่า… อ่านแบบไม่ต้องคิดมากละกัน)

มีหลายที่เราคิดว่าคนแปลเสริมเนื้อหาเข้าไปเองมากกว่าที่จะเป็นข้อความจากต้นฉบับ (เขาจะเขียนไว้ในวงเล็บ) มันก็เป็นเรื่องดีที่เขาจะช่วยขยายความในบางตอนที่จะทำให้คนอ่านเข้าใจมากขึ้น เก็ทมุขมากขึ้น ก็ต้องให้เครดิตที่คนแปลทำการบ้าน ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าแปลไปตามตัวหนังสือ แต่เราว่าข้อมูลที่เพิ่มเติมเข้ามานี่ น่าจะทำเป็นฟุตโน้ตมากกว่า เพราะเวลาเขียนแทรกไว้ในวงเล็บ คนอาจจะเข้าใจผิดว่าคนเขียนเขียนมาแบบนั้น ดูไม่ค่อยให้ความเคารพกับต้นฉบับเดิมเท่าไหร่

ในหนังสือเขียนถึงเพลงของโคลด์ จิเซลอยู่หลายหน เดาว่ามันน่าจะเป็นวงดนตรีดังของออสเตรเลีย พออ่านจบก็เลยไปลองเสิร์ชในเน็ตดู เจอวงชื่อ Cold Chisel คนแปลถอดมาเป็น “โคลด์ จิเซล” ได้ไงเราก็ไม่เข้าใจ (ไม่เข้าใจพอๆ กับที่เขาถอดคำว่า Spaghetti Bolognese เป็น “สปาเก็ตตี้บาลอนเนส” นึกถึงสปาเก็ตตี้ของภรรยาของบารอน – Baroness) น่าจะเป็น “โคลด์ ชีเซิล” มากกว่า พอเห็นคำว่า จิเซล ใจเราก็ไพล่ไปนึกถึงนางแบบจีเซล (Gisele Bundchen) ซะแล้ว ไม่ทันนึกถึงร็อค แต่ถ้าเป็น โคลด์ ชีเซิล (สิ่วเย็น) ก็พอจะร็อคไหว เพราะให้อารมณ์ประมาณ “หิน เหล็ก ไฟ” อยู่เหมือนกัน

ปล. เห็นคนชอบพูดกันว่า คนไทยชอบโกงเป็นสันดาน อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะรู้ว่า “ถ้ามีโอกาส ใครๆ ก็อยากโกงกันทั้งนั้น” 🙂

กฎข้อบังคับพนักงานบริษัทข้อ ๕: พนักงานต้องไม่ข้องแวะในกิจกรรมทางเพศบนรถบัสกับลูกทัวร์หรือเพื่อนพนักงาน
กฎข้อบังคับพนักงานบริษัทข้อ ๒: จำชื่อลูกทัวร์ทั้งหมดให้ได้ในวันแรก
กฎข้อบังคับพนักงานบริษัทข้อ ๓: อย่าหลงทาง

แต่นั่นแหละ มีบางคนว่า กฎมีขึ้นมาให้ถูกละเมิด ไบรอัน แธ็คเคอร์เล่าและสารภาพทุกเรื่องที่เขาคิดว่าดีที่สุด (และแย่ที่สุด) ซึ่งเขาได้ประสบและปฏิบัติในฐานะทัวร์ลีดเดอร์ เช่น เขาต้องดัดแปลงตำรับ “สปาเก็ตตี้บาลอนเนส” ที่ประกอบด้วยเส้นสปาเก็ตตี้ราดซอสเนื้อสับกับมะเขือเทศสับ ในประเทศที่เนื้อม้าดันถูกกว่าเนื้อวัวหลายเท่า และลูกทัวร์ลั่นวาจาว่าจะไม่กินเนื้อม้า เขาจึงจำต้องปรุงรส “เนื้อสับ” ออกมาเป็นพิเศษ หรือเมื่อขาดเนื้อสับ เขาจึงจำต้องดัดแปลงซีเรียลอาหารเช้ามาปนปรุงให้เหมือนเนื้อสับแทน

มีบางทริป เขาลืมลูกทัวร์ที่สวมแค่ชุดชั้นใจและถือแปรงสีฟันสีม่วงแจ๊ดเอาไว้ ให้ยืนเดียวดายอยู่ข้างไฮเวย์สามชั่วโมง บางทริปเขาทำคนขับรถหาย คนครัวประจำรถหล่น หรือแม้แต่กระทั่งจักรยานเช่าถีบในคลองของอัมสเตอร์ดัมสีสดสิบคัน… โบสถ์หลังใหญ่ทั้งหลัง… รถบัสทั้งคัน… รวมทั้งความอดทนของเขาเองที่หล่นหาย… มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? คงต้องฟังคำสารภาพของทัวร์ลีดเดอร์คนนี้เอง

“ตรงไปตรงมา ไม่หักเห ไม่เกรงใจ อย่างคนมีอารมณ์ขันอยู่เป็นอาจิณ”
–คูเรียร์ เมล–

“แล้วคุณจะโดนไบรอัน แธ็คเคอร์ร่ายมนต์สะกด”
–ซันเดย์เทเลกราฟ–

“สนุก เจี๊ยวจ๊าว สดใส เจิดจรัส ทั้งคน สถานที่ และเหตุการณ์”
–แคนเบอร์ราไทม์ส์–

— จากปกหลัง

Posted in B-52 | Tagged: , , , , | Leave a Comment »

สามก๊ก ฉบับการ์ตูน

Posted by bookstravel บน พฤศจิกายน 12, 2007

สามก๊กฉบับการ์ตูนสัปดาห์ที่ ๔ – สามก๊ก ฉบับการ์ตูน
ผู้เขียน: หลัวก้วนจง
ผู้แปล: โยธิน โยธินสัมพันธ์
ภาพประกอบ: หลินเหวินอี้
ISBN: ๙๗๔-๘๖๗๖๔๕-๕
จำนวนหน้า: ๓๓๐
สำนักพิมพ์: หยินหยาง
พิมพ์ครั้งที่: ๑, มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒

สามก๊กฉบับการ์ตูนเล่มนี้เป็นหนังสือเก่าที่เราไปเจอตอนรื้อชั้นหนังสือในห้องนอนเก่า (ทั้งเก่าทั้งโทรม 😛 ถ้าดูตามปีที่พิมพ์ก็ ๑๘ ปีมาแล้ว) ตอนแรกเราเอามาอ่านได้แค่หน้าแรกๆ แล้วก็หยุดไป อ่านๆ หยุดๆ อยู่หลายรอบมาก แต่ไม่ไปถึงไหนซะที ในที่สุดเราก็ได้อ่านจบจบ (ซะที) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง (ต้องยกความดีความชอบให้โครงการ “หนึ่งเล่มหนึ่งสัปดาห์” แฮะ ถ้าไม่คิดว่า “ต้อง” อ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่)

ตอนอ่านแรกๆ เราจำตัวละครไม่ค่อยได้ อ่านไปแล้วต้องคอยพลิกกลับมาดูข้างหน้าว่าตัวละครนี้ หน้าตาแบบนี้คือใคร เป็นฝ่ายไหน แต่พอหลังๆ ก็ค่อยยังชั่วขึ้น ภาพวาดเขาก็โอเคนะ แต่ความจำเราไม่ค่อยดีเองมากกว่า เออ… แต่เราไม่ค่อยชอบฉากที่ต่อสู้กันเท่าไหร่ เวลาฆ่ากัน โดนฟันหัวขาด แขนขากระเด็น ถึงเป็นภาพการ์ตูนเราก็รู้สึกว่าโหดเกินไปหน่อย (แต่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าไม่แสดงภาพแบบนี้ จะวาดยังไงดี)

เราไม่ค่อยประทับใจเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เพราะเขาเล่าแบบรวบๆ เอาแต่ใจความสำคัญ ถ้าคนที่จะอ่านให้รู้ว่าเรื่องราวเป็นมายังไง ใครอยู่ก๊กไหน ใครบกับใคร ใครโดนใครฆ่า ก็น่าจะโอเค แต่ถ้าจะอ่านเพื่อศึกษากลยุทธ์หรือวิเคราะห์วิจารณ์นิสัยใจคอ เราว่าอ่านจากสามก๊กฉบับการ์ตูนเล่มนี้คงไม่ได้อะไรมาก (เราเพิ่งไปกูเกิ้ล “สามก๊กฉบับการ์ตูน” เพราะจะหารูปหน้าปกมาแปะ ไม่เจอฉบับที่เราเพิ่งอ่านไป เจอแต่ฉบับของบริษัทสกายบุ๊กส์จำกัด คิดว่าน่าจะเป็นเล่มเดียวกับที่เพื่อนเราอ่านแล้วบอกว่า สนุกดี)

เราเคยอ่านสามก๊กฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) เฉพาะตอนที่ตัดมาเป็นบทเรียนในวิชาภาษาไทย (รู้สึกจะเป็นตอน “จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า”) จำไม่ได้แล้วว่าเป็นยังไง รู้แต่ว่าเวลาที่ต้องอ่านเรื่องที่เป็นวิชาเรียน ความน่าสนุกมันก็ลดลงไปเยอะ เราได้อ่านสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบที่เอามารวมเล่มเป็นแต่ละตัวละคร (เช่น เล่าปี่ โจโฉ ขงเบ้ง) อ่านไปได้ประมาณสองสามเล่มเมื่อหลายปีมาแล้ว อันนั้นเราว่าสนุกดี มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เราคงต้องไปรื้อกลับมาอ่านให้ครบทุกเล่มซะแล้ว

สามก๊ก ฉบับการ์ตูนพงศาวดารจีนเล่มนี้ กำเนิดขึ้นจากความพยายามสูงสุดของผู้เขียนการ์ตูนเล่มนี้ ที่ต้องการนำพงศาวดาร “สามก๊ก” ที่ทั้งยาวและซับซ้อนมาทำให้อ่านเข้าใจง่ายและสนุก ตัวเอกของเรื่องคนไทยล้วนรู้จักดี เช่น เล่าปี เตียวหุย ตั๋งโต๊ะ โจโฉ ขงเบ้ง ฯลฯ และขมวดเรื่องจบเมื่อคนเหล่านั้นเสียชีวิตลง นับเป็นสามก๊ก ฉบับที่ให้อรรถรสด้วยเรื่องและภาพอย่างจุใจ

— จากปกหลัง

Posted in B-52 | Tagged: , , , , , , | 2 Comments »

หนังสือเดินทางเล่มที่ ๓ – ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

Posted by bookstravel บน ตุลาคม 30, 2007

Le Scaphandre et le papillonตอนที่คุณวัลยา วิวัฒน์ศรแปลหนังสือ “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ” เป็นภาษาไทยใหม่ๆ เราได้อ่านบทความจากมติชนสุดสัปดาห์แล้วก็รู้สึกทึ่งมาก เวลาผ่านมาหลายปีหลายๆ คนก็คงพอจะเคยได้ยินเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้มาบ้างแล้ว แต่เราก็จะเล่าให้ฟังอยู่ดี 🙂

คนเขียนหนังสือเล่มนี้ชื่อฌ็อง-โดมินิก โบบี้ เคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารแอลล์ฉบับฝรั่งเศส เขาเป็นสโตรค (เส้นเลือดสมองแตก) สลบไป ๒๐ วัน พอฟื้นขึ้นมาก็เป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว เคลื่อนไหวศีรษะได้เล็กน้อยและกระพริบตาซ้ายได้ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่สมองของโบบี้แจ่มใสเหมือนคนปกติธรรมดา

อาการของโบบี้มีศัพท์ทางการแพทย์ว่า Lock-in Syndrome (LIS) คนไข้ LIS ไม่สามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้เพราะร่างกายเป็นอัมพาตทั้งหมด แต่ในระหว่างที่โบบี้ “ถูกขัง” อยู่ในร่างกายตัวเองเขาสามารถเขียนหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อด้วยดวงตาข้างซ้ายของเขา ส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับซ็องดรีน นักสัทวิทยาที่พยายามจะใช้รหัสติดต่อสื่อสารกับโบบี้

ซ็องดรีนจะท่องตัวอักษรไปเรื่อยๆ และโบบี้จะกระพริบเปลือกตาเมื่อถึงตัวอักษรที่ต้องการ เธอก็จะจดตัวอักษรตัวนั้นไว้ และเริ่มท่องตัวอักษรใหม่ จากตัวอักษรรวมเป็นคำ จากคำรวมเป็นประโยค จากประโยคกลายเป็นวิธีที่โบบี้สื่อสารกับคนอื่น และกลายเป็นหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

เวลาเราเขียนบล็อก เราจะพิมพ์ในเวิร์ดโพรเซสเซอร์ก่อน ซึ่งเราก็จะพิมพ์แล้วลบ-ลบแล้วพิมพ์ แก้ไขตรงโน้น-ย้ายประโยคตรงนี้ไปตรงนั้น กว่าจะได้บทความสักเรื่องหนึ่ง

แต่โบบี้เขียนชุดประดาน้ำฯด้วยเปลือกตา… เราอ่านเจอว่า การเขียนแต่ละคำใช้เวลาประมาณสองนาที หนังสือชุดประดาน้ำกับผีเสื้อต้องใช้การกระพริบตาถึงประมาณสองแสนครั้ง แต่ที่เราคิดว่ายากไปกว่าการกระพริบตาคือ โบบี้ต้องแต่งเรื่องราวทั้งหมดในสมอง แก้ไข ขัดเกลาทุกอย่างให้เสร็จสรรพในสมอง ท่องจำให้แม่นยำ แล้วค่อยๆ บอกให้คนเขียน “ตามการกระพริบตา”

โบบี้เขียนหนังสือชุดประดาน้ำและผีเสื้อเสร็จในเวลา ๒ เดือน (โบบี้ทำงานร่วมกับโกล๊ด มองดิบิล บรรณาการต้นฉบับอิสระจากสำนักพิมพ์โรแบรต์ ลัฟฟงต์ ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙)

ความที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้ไปเมื่อนานมาแล้ว พอจะเอามาเป็นหนังสือเดินทาง เราก็เลยย้อนกลับไปอ่านซ้ำอีกรอบ คราวนี้ได้มุมมองที่ลึกซึ้งขึ้นในแง่ของสภาพจิตใจและความคาดหวังของโบบี้ เพราะเราได้มีประสบการณ์โดยตรงจากคนใกล้ตัวที่เป็นอัมพาตจากสโตรค (แม่เราเพิ่งเป็นอัมพาตเมื่อปีที่แล้ว) เรารู้สึกนับถือการมองโลกในแง่ดีของโบบี้มากขึ้นไปอีก

หนังสือชุดประดาน้ำฯฉบับภาษาฝรั่งออกวางขายครั้งแรกวันที่ ๖ มีนาคม ๑๙๙๗ ได้รับคำวิจารณ์ดีเยี่ยม ขายได้ถึง ๑๕๐,๐๐๐ เล่มในสัปดาห์แรก โบบี้เสียชีวิตในอีก ๓ วันถัดมาเพราะหัวใจล้มเหลว หนังสือเล่มนี้ถูกแปลไปเป็นภาษาต่างๆ และเป็นหนังสือแนะนำในภาษาเหล่านั้น ล่าสุดเรื่องนี้ถูกเอาไปทำเป็นภาพยนตร์ ทำให้ผู้กำกับ Julian Schnabel ได้รับรางวัล Best Director จากงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี ๒๐๐๗ 

ถ้าคนเราไม่หมดความหวัง-ไม่สิ้นศรัทธา อะไรก็เป็นไปได้ ข้อความที่ส่งผ่านเปลือกตาซ้ายอย่างไร้เสียง ก็สามารถดังกระหึ่มให้คนทั่วโลกได้ยินไปอีกนาน

 

== แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ
หรือ อัพเดทเส้นทางการเดินทาง เขียนข้างล่างเลยค่ะ ==

Posted in หนังสือเดินทาง | Tagged: , , , , , , , , | Leave a Comment »