ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง

where the books have been, and what people think about them…

Posts Tagged ‘โรจนา นาเจริญ’

ปมปริศนาภาพเขียนมรณะ (False Impression)

Posted by bookstravel บน ธันวาคม 10, 2007

false_impression.gifสัปดาห์ที่ ๘ – ปมปริศนาภาพเขียนมรณะ (False Impression)
ผู้เขียน: Jeffrey Archer
ผู้แปล: โรจนา นาเจริญ
ISBN: ๙๗๔-๙๔๙๖๙๓-๐
จำนวนหน้า: ๓๙๔
สำนักพิมพ์: น้ำพุสำนักพิมพ์
พิมพ์ครั้งที่: ๑, พ.ศ. ๒๕๔๙

เราชอบนิยายของของเจฟฟรีย์ อาร์เชอร์ เพราะเป็นนิยายเล่มแรกๆ ที่เราสามารถอ่านฉบับภาษาอังกฤษได้จนจบเล่ม งานเขียนของเขามีทั้งนิยายและเรื่องสั้น รู้สึกแรกๆ จะเขียนเป็นแนวหักเหลี่ยมเฉือนคมกันทางธุรกิจ แต่หลังๆ นี้สังเกตว่าจะชักจะมีแอ็คชั่นสืบสวนสอบสวนเข้ามาด้วยเหมือนกัน

อย่างในเรื่อง False Impression ซึ่งเราอ่านฉบับภาษาไทยนี้ พอเริ่มอ่านปุ๊บก็ติดหนึบวางไม่ลง (จริงๆ นะ เริ่มอ่านตอนเย็นๆ อ่านรวดเดียวจบตอน ๕ ทุ่ม) ทำไปทำมาเรารู้สึกว่าได้อารมณ์คล้ายๆ ตอนอ่าน ดาวินชีโค้ด หรือ เทวากับซาตาน ของแดน บราวน์ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

คำโปรยของหนังสือกระตุ้นความอยากรู้ของคนอ่านด้วยคำถามเกี่ยวกับอะไรต่ออะไรที่ดูไม่น่าจะสัมพันธ์กันได้ (เหตุการณ์ ๑๑ กันยา, แวนโก๊ะ, นายธนาคาร, สตรีสูงศักดิ์ชาวอังกฤษ, เศรษฐีชาวญี่ปุ่น, นักยิมนาสติก, ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะ และเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ)

เราอ่านจบก็ได้รับคำตอบของคำถามเกือบทั้งหมด ไปติดใจอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งเหมือนเขาจะไม่ได้เฉลย เรารู้สึกคาใจก็เลยไปลองเสิร์ชหาคำตอบในเว็บ ไม่เจอคำตอบ (เพราะที่จริงมันไม่ได้มีพล็อตหรือมีปมอะไรซ่อนอยู่ แต่เราดันอ่านเร็วไปหน่อย ข้ามรายละเอียดไป เลยงงซะเอง…) แต่ไปเจอเรื่องเกี่ยวกับเจฟฟรีย์ อาร์เชอร์ที่น่าสนใจดีเหมือนกัน

หลายคนอาจจะรู้ว่าเจฟฟรีย์เป็นนักการเมืองพรรคทอรี่ (Conservative Party พรรคเดียวกับมาร์กาเร็ต แธ็ตเชอร์) อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโทนี่ แบลร์ซึ่งอยู่พรรคเลเบอร์หรือพรรคแรงงาน คงเพราะเป็นนักการเมืองนี่แหละมั้งที่ทำให้ตอนที่คุณปองพล อดิเรกสาร ที่เขียนนิยายภาษาอังกฤษออกมาขาย (รู้สึกจะชื่อ ตะรุเตา หรือไงเนี่ย เขาใช้ชื่อว่า Paul Adirex) คนก็เอาคุณปองพลไปเปรียบเทียบกับเจฟฟรีย์ อาร์เชอร์ แต่เราไม่เคยอ่านนิยายของคุณปองพล ก็เลยไม่รู้ว่าฝีมือขั้นเดียวกันหรือเปล่า

แต่ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ คือ เมื่อปลายปี ๑๙๙๙ หลังจากได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคทอรี่เพื่อลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแห่งลอนดอน เขาต้องถอนตัวออกจากการเลือกตั้ง เพราะโดนตั้งข้อหา “Perjury and conspiracy to pervert the course of justice” (ภาษาไทยคืออะไรไม่รู้ แต่เราลองเปิดดิกดูทีละคำ รวมความได้ประมาณว่า “ให้การเท็จและหมิ่นประมาทศาล” เพราะ perjury คือ ให้การเท็จ conspiracy คือ สมคบคิด pervert คือ บิดเบือน Court of Justice คือ ศาลสถิตยุติธรรม)

ศาลตัดสินว่ามีความผิดและกำหนดโทษจำคุก ๔ ปี เจฟฟรีย์ติดคุกอยู่ ๒ ปี แล้วถูกปล่อยตัวออกมาโดยยังมีทัณฑ์บน เมื่อเดือนกรฏาคม ๒๐๐๓

ระหว่างติดคุกเขาเขียนไดอารีบันทึกเหตุการณ์ประจำวันออกมา ๓ เล่ม คือ Prison Diary: Volume I – Hell (รู้สึกหน้าปกฉบับพิมพ์ครั้งแรกจะพิมพ์ว่า เขียนโดย “FF8282” ซึ่งเป็นหมายเลขนักโทษของเขา) บันทึกเหตุการณ์ประจำวันใน ๒๒ วันแรกของการเป็นนักโทษ ซึ่งเจฟฟรีย์ถูกขังในคุกที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด เป็นที่คุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ส่วน Volume II – Purgatory กับ Volume III – Heaven เป็นบันทึกในช่วงที่เขาถูกย้ายไปขังในคุกที่มีการคุ้มกันน้อยลง กับตอนที่เขาถูกปล่อยตัวออกมาในระหว่างทัณฑ์บน

เรารู้สึกว่าน่าสนใจ (และน่าแปลกใจ) ที่คนระดับ “ครีม” อย่างเจฟฟรีย์ (จบออกซ์ฟอร์ด เป็นนักการเมืองที่มีเกียรติ ได้รับแต่งตั้งยศเป็นบารอน) โดนติดคุกก็ได้ด้วย ถ้าเป็นเมืองไทยคนระดับนี้มักจะรอดคดีได้เพราะแพะ 😛

นิยายเรื่องแรกที่เจฟฟรีย์เขียนคือ Not a penny more, not a penny less ซึ่งเขียนเพื่อจะหาเงินไปใช้หนี้ที่เกิดจากการไปซื้อหุ้นของบริษัทในแคนาดาตามคำแนะนำของธนาคารแห่งหนึ่ง ตอนหลังบริษัทนี้ล้มละลาย (ผู้บริหารบริษัทติดคุกข้อหาฉ้อโกง) เขาสูญเงินทั้งหมดและมีหนี้อยู่อีก ๔ แสนกว่าปอนด์

เนื้อหาของนิยายเล่มแรกนี่น่าจะ “กลั่น” ออกมาจากชีวิตจริง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชาย ๔ คนโดนตุ๋นให้ไปซื้อหุ้นของบริษัทจอมปลอม ๔ หนุ่ม ๔ อาชีพ (นักแสดง, หมอ, อาจารย์มหาวิทยาลัย และนายหน้าค้ารูปภาพ) ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน รวมตัวกันหาวิธีตุ๋นกลับเพื่อเอาเงินคืนจากคนที่โกงเงินพวกเขาไป เป็นพล็อตหักเหลี่ยมเฉือนคมอ่านสนุกๆ เพลินๆ

หลังจากนิยายเรื่องแรกติดอันดับนิยายขายดี (หาเงินใช้หนี้ได้ตามที่ตั้งใจ) เขาก็เขียนนิยายออกมาอีกหลายเล่ม กลายเป็นนักเขียนชื่อดังไปในที่สุด

เราว่าชีวิตคนมักจะน่าอัศจรรย์ เขามีคำพูดว่า “เวลาที่ประตูแห่งความสุขบานหนึ่งปิดลง ประตูอีกบานจะเปิดออกมา” คนส่วนใหญ่มักจะมัวแต่ไปจ้องมองประตูที่ปิดลง จนไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีประตูบานใหม่เปิดออกสำหรับตัวเองแล้ว… โชคดีที่เจฟฟรีย์ อาร์เชอร์มองเห็นประตูบานใหม่ ก็เลยมีนักเขียนหน้าใหม่เกิดขึ้นในวงการ พลอยทำให้เราได้อานิสงส์ได้มีนิยายสนุกๆ ให้อ่านไปด้วย

ทำไมหญิงชราผู้สูงศักดิ์เจ้าของคฤหาสน์เก่าแก่จึงถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหดในคืนก่อนเกิดเหตุ ๙/๑๑
ทำไมนายธนาคารชื่อดังแห่งนิวยอร์กจึงไม่สะทกสะท้านเมื่อได้รับพัสดุเป็นหูข้างซ้ายของหญิงคนหนึ่ง
ทำไมสาวผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะจึงเสี่ยงขโมยภาพเขียนของแวนโก๊ะ
ทำไมนักยิมนาสติกโอลิมปิกจึงได้รับค่าเหนื่อยถึงหนึ่งล้านดอลลาร์จากการทำงานเพียงแค่ครั้งเดียว
ทำไมมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นจึงยอมมอบเงิน ๕๐ ล้านดอลลาร์ให้กับผู้หญิงที่เคยพบกันเพียงครั้งเดียว
ทำไมสตรีชนชั้นสูงชาวอังกฤษจึงหมายมั่นที่จะฆ่านายธนาคารและนักยิมนาสติกทั้งที่รู้ดีว่าจะต้องลงเอยด้วยการติดคุกตลอดชีวิต
ทำไมสายลับเอฟบีไอจึงพยายามหาเบาะแสเชื่อมโยงคนทั้งหกที่ดูเหมือนเป็นผู้บริสุทธิ์เหล่านี้

คำถามเหล่านี้รอให้คุณค้นหาคำตอบในนวนิยายสุดระทึกที่เต็มไปด้วยการไล่ล่าและซ้อนแผนเพื่อช่วงชิงงานจิตรกรรมชิ้นเอกของโลกอันประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งจะพาคุณเดินทางข้ามทวีป จากนิวยอร์กสู่ลอนดอน ลัดฟ้าจากบูคาเรสต์สู่โตเกียว และสิ้นสุดที่คฤหาสน์เก่าแก่ในอังกฤษ ที่ซึ่งความลับที่แฝงอยู่ในภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของแวนโก๊ะจะถูกเปิดเผยแบบที่คุณเองไม่มีทางคาดถึง

Posted in B-52 | Tagged: , , | Leave a Comment »